่าไม่ใช่ไม่มีผู้ที่หัวร่อเยาะจั่วม่อ ไม่มีผู้ใดคิดว่าจั่วม่อจะมีบทสรุปที่ดี“ฟังว่าศิษย์พี่หลัวหลีของเจ้าท้าทายเจ้างั้นรึ?” สือฟั่งหรงถามจั่วม่ออย่างเยือกเย็นกระทั่งซือฟูั่…ก็ยังทราบ…จั่วม่อได้แต่กัดฟันตอบ “ใช่แล้วท่านอาจารย์”“อืม เรื่องระหว่างเจ้ากับศิษย์พี่หญิงห่าวหมิ่นของเจ้า ข้าไม่ยุ่งเกี่ยว” สือฟั่งหรงกล่าวอย่างเย็นชา “แต่ในการทดสอบประจำปีของสำนัก ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะใช้วิธีการใด แต่เจ้ามิอาจพ่ายแพ้ หากเจ้าแพ้ ฮึ่มฮึ่ม… …”คำสุดท้ายแฝงความนัยชัดแจ้ง ช่วยตอกย้ำให้หัวใจอันเหี่ยวเฉาของจั่วม่อแหลกสลายราวกับกลีบดอกไม้ปลิดปลิว กระจายเกลื่อนกล่นบนพื้น“ศิษย์…ศิษย์เป็นเพียงเกษตรกรปราณ…” จั่วม่ออดเตือนสติซือฟูั่ไม่ได้“เกษตรกรปราณแล้วเป็นไร?” สือฟั่งหรงเสียงสูงปรี๊ด ตาคว่ำ “ศิษย์ของข้าไม่อาจพ่ายแพ้!”“แต่…แต่…”“ข้าไม่สนว่าเจ้าจะใช้วิธีการใด” สือฟั่งหรงขัดจังหวะจั่วม่ออย่างมุทะลุจั่วม่อพลันฉุกใจคิด เมื่อเป็นเช่นนี้ก็มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น “ซือฟูั่โปรดเชื่อมั่นในตัวศิษย์ ศิษย์ผู้นี้จะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอน ศิษย์ไม่ต้องการอะไรอื่น เพียงอยากเลือกเคล็ดกระบี่สักวิชาจากหอคัมภีร์เท่านั้น” ก็ในเมื่อท่านอาจารย์ไม่ต้องการให้มันพ่ายแพ้ หากไม่ฉวยโอกาสเรียกร้องความช่วยเหลือสักเล็กน้อย มันก็นับว่าโง่งมแล้ว จึงนึกถึงเคล็ดกระบี่เพลิงธาราในหอคัมภีร์ขึ้นมาทันทีสือฟั่งหรงขมวดคิ้วนิ่วหน้า “สายเกินไปแล้