ันวางไว้ที่ผูเยา แต่เดิมพันข้างผูเยาย่อมหมายถึงจิงสือนับไม่ถ้วน“เป็นไร? ต้องการความช่วยเหลือ? ตกลง ตราบเท่าที่เจ้ามีจิงสือ ทุกอย่างสามารถสนทนากันได้” ผูเยากล่าวอย่างเอาใจใส่ “หากเจ้าจ่ายราคาสูงพอ ข้าสามารถไปเชือดหลัวหลีให้โดยตรง รับประกันว่าไม่มีผู้ใดจับได้”อย่างที่คาดไว้……จั่วม่อก็คิดไว้แล้วว่าผูเยาจะต้องเริ่มกรรโชกทรัพย์เป็นการใหญ่“เป็นไร? ราคาสูงกว่าคราวก่อนงั้นหรือ? แน่นอนสิ นี่เรียกว่าตอบสนองต่อความต้องการของตลาด” รอยแย้มยิ้มบนใบหน้าผูเยาช่างน่าสนิทสนมเสียนี่กระไร “เจ้าต้องคิดให้ดี พรุ่งนี้ราคาจะยิ่งสูงขึ้นกว่านี้”จั่วม่อบากหน้าไปหาหลี่อิงฟั่ง“ศิษย์พี่หญิง ท่านสามารถให้ข้ายืมจิงสือได้สักเท่าใด?” จั่วม่อตาแดงก่ำ กล่าวขลุกขลักในลำคอหลี่อิงฟั่งไม่ได้ลังเลแม้สักแวบ “ให้เจ้าทั้งหมดเลย สามชิ้นจิงสือระดับสาม!”“ขอบคุณมาก ศิษย์พี่หญิง!” จั่วม่อไม่สิ้นเปลืองวาจา มันเพียงตราตรึงความซาบซึ้งไว้ในใจ มีเพียงช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้จึงจะเห็นซึ้งถึงน้ำใจของผู้คนเหล่าเฮยกับกัวหลูก็ไม่รีรอลังเลเช่นเดียวกัน พวกมันยกจิงสือทั้งหมดที่มีให้จั่วม่อยืมในทันที กระทั่งสวี่ฉิงยังแอบให้จั่วม่อยืมห้าสิบชิ้นจิงสือระดับสองตลอดทั้งสำนักล้วนล่วงรู้ว่าจั่วม่อกำลังหายืมจิงสือ หลายคนมองว่าน่าขบขันยิ่ง“มันมาถามเจ้าหรือไม่?”“ฮ่า ข้าไม่กล้าให้มันยืม”“นั่นน่ะสิ เพิ่งจะขึ้นเป็นศิษย์ฝั่ายใน ถึงกับกล้าล่วงเกินศิษย์พี่ห