ราวกับว่ามันตายไปแล้วหนึ่งอสูร หนึ่งสระน้ำ พวกมันประจันหน้ากันในลักษณะนี้เองเวลาเลื่อนผ่านไปทีละน้อยทันใดนั้นผูเยาชักเท้าข้างนั้นกลับมา สีหน้ากลับเป็นปกติ ร่องรอยดูหมิ่นชนิดหนึ่งแตะแต้มที่มุมปาก“ดาวพร่างกลางทิวา เฮะเฮะ เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่านี่ยังเป็นเมื่อสามพันปีที่แล้ว? ข้าจะบอกให้เอาบุญ เจ้าก่อกวนเรื่องราวใหญ่โตเกินไปแล้ว!” มันทำท่ายินดีกับภัยพิบัติของผู้อื่นสระน้ำดำทะมึนไม่ตอบสนองผูเยายักไหล่ “ดาวพร่างกลางทิวาแล้วเป็นไร? สามารถทำลายเพลิงอสูรฟั้าได้หรือไม่? เพลิงอสูรฟั้านั้นกระทั่งเจ้าเองยังไม่มีปัญญาทำลาย”สระน้ำดำทะมึนม้วนตลบขึ้นอย่างเฉียบพลันราวกับกำลังเดือดพล่าน เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวออกมาจากภายในห้วงน้ำสีหมึกผูเยากลับไม่แยแส เงยหน้ามองท้องฟั้า กล่าวเบา ๆ เพียงหนึ่งประโยค บันดาลให้น้ำในสระนิ่งเงียบไปในทันที “โอ้ ดูเหมือนทุกผู้คนล้วนอยากร่วมสนุกกับเราด้วย”เท่านั้นเอง ภายในชั่วพริบตา สระน้ำฟืนคืนสู่ความใสกระจ่าง น้ำตกอันเชื่องเชื่อกลับคืนเป็นดุร้ายดังเดิม ส่งเสียงคำรามกระหึ่ม ละอองน้ำสาดกระเซ็นไปทั่วเหมือนเช่นปกติผูเยาหัวร่อเบา ๆ แล้วหายวับไปฉับพลันนั้น จิตสำนึกอันเข้มแข็งแกร่งกร้าวถึงขีดสุดสายหนึ่ง กวาดผ่านทั่วหุบเขาหมอกเย็นเยือกในบัดดลแน่นอนว่าไม่ทันได้พบเห็นสิ่งใด……ครั้นเมื่อจั่วม่อลืมตาขึ้นมา เป็นต้องสะดุ้งสุดตัวในทันที หนาวเหลือเกิน! ความหนาวเหน็บนี้บ่งบอกว่ามันอยู่ที