างคนสวนทางมา เหล่าเฮยเงยหน้าขึ้นมอง ทันใดนั้นก็ตะลึงลานตัวแข็งทื่อ สีหน้าโง่งมอึดใจใหญ่ค่อยได้สติ ตะกุกตะกักว่า “เสี่ยวม่อเกอ เจ้า เจ้าเป็น… …”เห็นจั่วม่อตั้งแต่ลำคอจรดเท้าปกคลุมด้วยก้อนเมฆขาวอย่างสมบูรณ์ มีเพียงศีรษะของมันเท่านั้นที่โผล่ออกมา เหล่าเฮยพอมองไล่ลงไป แทบจะสามารถมองเห็นเท้าเปล่าคู่นั้นได้อย่างเลือนรางเหล่าเฮยรู้สึกว่าก้อนเมฆขาวช่างดุคุ้นตานัก ฉับพลันนั้นก็นึกออก นี่ไม่ใช่ก้อนเมฆจากเคล็ดเมฆฝนหล่นรินหรอกหรือ?นี่…นี่…จั่วม่อกำลังอาบน้ำชำระล้างร่างกายอยู่หรือเปล่า?ขบคิดถึงสายฝนอันเย็นฉ่ำของเคล็ดเมฆฝนหล่นริน เหล่าเฮยชักรู้สึกว่าความคิดสร้างสรรค์นี้เข้าท่าไม่เลวแต่…แต่…มันจำเป็นต้องอาบน้ำบนเส้นทางภูเขาด้วยหรือ… …ทั้งยังอาบไปเดินไปด้วยเนี่ยนะ… …จั่วม่ออับอายขายหน้าถึงที่สุด พยายามมองหารอยแตกบนพื้นเพื่อมุดลงไปซ่อนตัวแต่ด้วยอานิสงค์จากใบหน้าตายด้านของมัน จึงไม่มีร่องรอยกระดากอายหรือกระอักกระอ่วนปรากฏให้เห็น ตรงกันข้าม มันกลับดูผ่อนคลายมากจนน่าอิจฉาตลอดทั้งร่างของมันยังคงเจ็บปวดรวดร้าว แต่ละย่างก้าวล้วนสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจมันได้แต่ค่อย ๆ ขยับเท้า ทีละก้าว ทีละก้าว สารรูปพิลึกพิสดารเหลือจะกล่าวเหล่าเฮยในใจต่อสู้กับตัวเองอยู่นาน ในที่สุดตัดสินใจเอ่ยชมเชยเอาไว้ก่อน ยกนิ้วหัวแม่มือให้ “เสี่ยวม่อเกอ เคล็ดวิชานี้สุดยอดไปเลย!”จั่วม่อรู้สึกว่าไม่มีคำใดสามารถบรรยายความรู้สึกของมันในยามน