ิงคำรามประหนึ่งถูกสะกดข่มไว้ เกือบจะดับมอดลง ดวงดาวเดียวดายที่กลางฟั้า ก็แทบจะจางหายไปอย่างสมบูรณ์ผูเยายืนนิ่งงันดุจต้นไม้ตายซาก ราวกับไม่มีส่วนร่วมใดๆ กับเรื่องราวเบิ้องหน้าเมฆดำยิ่งหนาหนักขึ้นเรื่อยๆ ตลอดทั้งทะเลแห่งจิตสำนึก ยามนี้กลายเป็นแผ่นผืนสีดำสนิทผืนใหญ่ผืนหนึ่ง มืดมนอนธกาลถึงขีดสุด ต่อให้ยื่นมือออกไปยังมองไม่เห็นกระทั่งนิ้วมือตัวเองทันใดนั้น ผูเยาพลันหัวเราะเยาะหยัน ดวงตาขวาสีเลือดทอประกายวาบ “เจ้ามิใช่ไม่ทราบ ต้องการเกลี้ยกล่อมข้าไม่ใช่เรื่องง่ายดาย”รอบข้างเงียบสงัด เมฆดำไม่มีปฏิกิริยา ทั้งสองฝั่ายต่างอยู่ในภาวะชะงักงันเวลาผ่านไปนานเท่าใดมิทราบ ประกายวาววามในดวงตาสีเลือดของผูเยาค่อยอ่อนแสงลง มันจู่ๆ ก็หัวร่อเบาๆ และด้วยอารมณ์ของทุกเพศทุกวัย มันอดยักไหล่ไม่ได้ “เป็นเช่นนี้เสมอ น่าเบื่อหน่ายเสียจริง”ผูเยาดีดดัชนี ลูกปัดแก้วในมือพุ่งกลับเข้าไปในร่างของจั่วม่อเพียงชั่วกระพริบตาเดียว เมฆดำกลายเป็นใสกระจ่างในบัดดล ปราศจากร่องรอยอันใดให้ค้นพบอีกทะเลเพลิงหลุดพ้นจากการถูกข่มขู่ เริ่มโหมไหม้อย่างดุเดือดอีกครั้ง ดวงดาวเดียวดายดวงนั้นก็ทอแสงออกมาดังเดิมผูเยาเพ่งพิศปั้ายหินสุสานอยู่เนิ่นนาน ไม่ได้เอ่ยคำใดอีกจั่วม่อค่อยๆ ตื่นขึ้นมา ทันทีที่ลืมตา ก็รีบสำรวจร่างกาย เมื่อเห็นว่าไม่ได้รับอันตรายในที่สุดก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเกิดเรื่องอันใดขึ้น? ไฉนผูเยาจึงยอมปล่อยมัน?ขณะที่มันยังคงงงงวยไม่