ใจไม่ลืมเลือน”“จั่วเสี่ยวตี้ (น้องชายคนเล็กจั่ว) ไม่ต้องเกรงใจเกินไป ข้ารู้สึกถูกชะตากับเจ้าตั้งแต่แรกเห็น เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ อย่าได้ถือเป็นบุญคุณอันใด” ซือเสียงตอบอย่างยิ้มแย้ม“พวกเรามาจากสำนักกระบี่สีชาด อันที่จริงสำนักกระบี่สีชาดกับสำนักกระบี่สุญตาของเจ้า ก็มิได้ห่างไกลกันเท่าใด พวกเราย่อมเปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว”เหลียงลั่วได้ยินเช่นนั้นก็แทบจะเหลือกตาขึ้น อันใดเรียกว่าไม่ห่างไกลกันเท่าใด?มันไม่เคยได้ยินมาก่อนด้วยซ้ำว่ามีสำนักกระบี่สุญตาสำนักหนึ่ง ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณโดยรอบสำนักมัน ศิษย์พี่วันนี้มิทราบเป็นไรไปแล้ว ไฉนมีท่าทีแปลกพิกลถึงเพียงนี้?จั่วม่อกล่าวอย่างซาบซึ้ง “หากผู้อาวุโสทั้งสองไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เกรงว่า… …”ซือเสียงโบกมือตัดบท “เราจะถือว่าเป็นรุ่นเดียวกัน ข้าจะเรียกเจ้าว่าจั่วเสี่ยวตี้ ฮาฮา จั่วเสี่ยวตี้เจ้าแน่นอนว่าจะมีอนาคตยาวไกลไร้ที่สิ้นสุด เกรงว่าอาจจะเป็นพวกเราเองที่ไม่ประมาณตนไปบ้าง”“ผู้อาวุโสกล่าวกระไรเช่นนั้น” จั่วม่อไม่อาจเข้าใจความหมายของผู้อื่น การยกย่องเช่นนี้ทำให้มันยิ่งงงงวย “ผู้น้อยเป็นเพียงศิษย์ฝั่ายนอกผู้หนึ่ง เรื่องในอนาคตเกรงว่าไม่มีปัญญาจะกล่าวถึงแล้ว”ซือเสียงชักสีหน้าไม่พอใจ “จั่วเสี่ยวตี้เจ้าใช่รังเกียจพวกเราหรือไม่? ผู้อาวุโส ผู้อาวุโส ช่างเรียกจนระคายหูเสียจริง”“นี่……” จั่วม่ออดอึดอัดใจอยู่บ้างไม่ได้ ควรทราบว่าในโลกแห่งการบ