ิศาจแฝงกายอยู่ในร่างมัน เกรงว่ามันคงถูกบดขยี้เป็นผุยผงจนไม่เหลือซาก โดยไม่มีโอกาสได้กล่าวอธิบายอันใด ในสายตาผู้ฝึกตนชั้นสูงทั้งหลาย ด่านเลี่ยนชี่ขั้นที่แปดเช่นมัน ไม่มีคุณค่าเพียงพอจะเป็นอาหารสัตว์สำรองเสียด้วยซ้ำบางทีมันอาจจะถูกโยนลงไปในเตาปรุงยาโดยตรง และถูกปรุงกลั่นพร้อมกับอสูรปิศาจในร่างมัน… …จั่วม่ออดสยิวกายอย่างหนาวเหน็บไม่ได้ หัวใจเต้นกระหน่ำสั่นระรัว มันรีบหยุดความคิดอันน่าสะพรึงกลัวนี้ในทันทีภายใต้ความงงงวย ตลอดสองวันต่อมา จั่วม่อราวกับไม่ได้อยู่ในโลกมนุษย์มันย่อมฝึกฝน[เคล็ดบำเพ็ญสูดปราณก่อนกำเนิด]อย่างจริงจัง มิเช่นนั้น ไม่ต้องให้ผูเยาลงมือทำมันพิการ มันก็จะพิการด้วยตัวเองตั้งแต่แรกอยู่แล้วผูเยา คือนามใหม่ที่จั่วม่อใช้เรียกผู ไม่ต้องสนใจว่าผูเป็นอสูรจริงหรือไม่ เพียงแค่ภาพลักษณ์ที่เห็น จั่วม่อคิดว่าเจ้าผู้นั้นเหมาะสมกับคำว่าอสูรอย่างที่สุดแล้ว*(ผูเยา – ผู มาจากดอกผูกงอิง ส่วน เยา ก็คือเยาเดียวกับเยาของเผ่าอสูรความหมายรวมก็คือ อสูรผู หรืออสูรแดนดิไลออน คาดว่าผูน่าจะเป็นตระกูลอสูรที่พัฒนามาจากแดนดิไลออน)ผลที่ได้จาก[เคล็ดบำเพ็ญสูดปราณก่อนกำเนิด]ถือว่าดีงามยิ่ง เพียงไม่กี่วันต่อมาอาการบาดเจ็บในจิตสำนึกของมันก็ทุเลาลงกว่าครึ่ง แต่จั่วม่อมิได้รู้สึกสำนึกบุญคุณผูเยาแม้แต่น้อย มันย่อมจดจำได้ไม่ลืมเลือน ว่าเหตุผลที่มันได้รับบาดเจ็บในจิตสำนึก เป็นฝีมือของเจ้าผูเยาตนนี้เองในช่วงไม่ก