พลันคลี่กางออกด้วยตัวมันเอง“ท่านปูั่ของข้า เจ้ากำลังรอผู้อื่นอยู่ที่ใด?”สุ้มเสียงหวานใสและน่ารักชอนไชเข้าไปในรูหู คล้ายเลียน้ำผึ้งหวานล้ำหนึ่งคำคล้ายถูกสะกิดอย่างอ่อนโยนที่หัวใจ หากเป็นบุคคลจิตใจอ่อนแอ เกรงว่าเพียงได้ฟังกระดูกกระเดี้ยวคงอ่อนยวบยาบไปทั้งร่างจั่วม่ออ้าปากค้าง ยืนตะลึง มองนกกระเรียนกระดาษสีชมพูที่คลี่เปิดตัวเองออกมาตรงหน้ามัน บนนั้นเขียนตัวอักษร ตรงตามที่เสียงนั้นกล่าวออกมาทุกคำคลี่เปิดด้วยตนเอง กล่าววาจาด้วยตนเอง ตามหาผู้คนจนเจอด้วยตนเอง… …เจ้ากระเรียนกระดาษตัวจิ๋วสำแดงอิทธิฤทธิ์ติดต่อกันมากมาย จนกระทั่งวิญญาณที่อ่อนแอของจั่วม่อ คล้ายถูกทุบตีเข้าอย่างจังโดยไม่คาดฝันมันเกิดลางสังหรณ์อัปมงคลขึ้นมาอย่างกะทันหัน นี่มิใช่ว่ามันไปตอแยปัญหาอันใหญ่หลวงเข้าหรอกหรือ?“ลืมมันเถอะ ลืมมันเถอะ โต้เถียงกับอิสตรีหาได้มีหน้ามีตาอันใดไม่ เกอจะไม่เล่นกับเจ้า!” มันกล่าวกับตนเองอย่างเที่ยงธรรม“หวังจะใช้ความงามล่อลวงข้าหรือ? ฮึ่ม ฮึ่ม!” จั่วม่อหัวร่อเย้ยหยัน “เจ้ายังอ่อนหัดนัก อย่าว่าแต่สุ้มเสียงแฝงมนตราแค่นี้เลย แม้กระทั่งสตรีเปลือยเปล่างดงามไร้ที่เปรียบเกอยังคงสงบนิ่ง หัวใจตั้งตรงดั่งลำต้นสน”บนท้องทุ่งนาปราณ มีเพียงเสียงคล้ายเป็ดของจั่วม่อ แหกปากร้องเพลงดังกึกก้องไปทั่ว “แต่เดิมข้าเป็นกระจกเงา กระนั้นฝุั่นยังตกหลุมรักข้า อ่า อี้ ย้า… …”หางเสียงมันยังไม่ทันจะขาดหาย กระเรียนกระดาษสีชมพูอีก