อเสียงหัวร่อไร้หนทางเลือก บุรุษกำยำได้แต่ลงนามในสัญญากับจั่วม่อ ผู้คนอื่นเห็นหมดหวังแล้วค่อยพากันแยกย้ายไปเสร็จสิ้นเรื่องสัญญา บุรุษนั้นหยิบฉวยถุงกระสอบขึ้นจากพื้น น้ำหนักสามร้อยจินดูเบาราวไร้น้ำหนักในมือมันหลังจากนั้นมิทราบว่านานเท่าใด ที่ครึ่งทางขึ้นภูเขา จั่วม่อคล้ายกำลังพยายามคลานขึ้นบันไดหิน ทั้งร่างเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ชายร่างกำยำกล่าวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยการดูแคลน “ความอดทนของเจ้าย่ำแย่ยิ่ง” จากนั้นมันพยายามกระตุ้น “เจ้าสามารถเร่งรีบกว่านี้หรือไม่? ข้ายังต้องทำงานอีกสองรอบภายในวันนี้! ด้วยความเร็วเยี่ยงเจ้า คงโชคดีมากแล้วหากเราสามารถไปถึงก่อนมืดค่ำ”จั่วม่อรู้สึกเหมือนมันเป็นปลาที่หลุดพ้นจากน้ำ คนคล้ายกำลังสำลัก นั่งพิงอยู่บนบันไดหิน หอบหายใจอย่างหนัก ลมหายใจไม่ปะติดปะต่อ “ข้า…ข้า…ไม่ไหว….”บุรุษกำยำพลันตื่นตระหนกขึ้นมา “ไฉนเป็นเยี่ยงนี้ นี่เจ้ากำลังพยายามก่อกวนการทำมาหากินของข้าหรือไร?”จั่วม่อเหลือกตา พลางกล่าวอย่างไร้อารมณ์ว่า “เจ้าก็เห็นอยู่แล้ว ข้าไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้แต่น้อย”บุรุษกำยำโวยวายอย่างขุ่นเคือง “รับทำงานให้เจ้า วันนี้ข้าขาดทุนย่อยยับ” กล่าวจบมันก็คว้าจั่วม่อขึ้นด้วยมือข้างเดียว แล้วหนีบไว้ใต้แขนอย่างเสียไม่ได้ จากนั้นก็สาวเท้าก้าวยาว ๆ เริ่มวิ่งเหยาะ ๆ ขึ้นบันไดหิน“พวกเจ้า เหล่าซิวเจ่อที่ฝึกฝนร่างกาย ช่างน่าชื่นชมนัก” จั่วม่อผู้กำลังเอารัดเอาเปรียบ กล่าวอย่างใ