เป็นคู่ที่เหมาะสมกันมาก แต่ในขณะที่คิดแบบนั้นเขาก็ปวดใจขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
เขาสะพายกระเป๋าอีกครั้ง เมลินดาถามเขาอย่างใจดีอีกครั้งว่าเขาไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ เหรอ
“ไม่เป็นไรแล้วครับ จริงๆ ครับ”
แม้เขาจะถูกสอนมาว่าจะต้องมีชีวิตอยู่ด้วยความรู้สึกขอบคุณในความใจดีของคนอื่นอยู่เสมอ แต่ในเวลานี้ปีเตอร์กลับไม่รู้สึกขอบคุณในความใจดีของเธอเลยสักนิด ยิ่งอยู่ข้างๆ คนทั้งคู่ ตัวเขาที่อ่อนแอและไม่ได้เรื่องก็ยิ่งรู้สึกอาย
เขาอายถึงขนาดที่หวังให้ตัวเองละลายหายไปกับพื้นทั้งๆ แบบนั้นเลยด้วยซ้ำ ด้วยรู้สึกว่าตัวเองกระจอกมาก
“อ้อ เดี๋ยวครับ”
ปีเตอร์หยุดเหมือนถูกแช่แข็งอยู่กับที่ เพราะเสียงของฟิลลิปที่เรียกเขาไว้
“เหมือนจะทำนี่หล่นนะ”
ฟิลลิปยื่นกระดาษเขียนจดหมายสีส้มให้ปีเตอร์ ปีเตอร์รีบแย่งกระดาษเขียนจดหมายนั้นมายัดใส่กระเป๋า ถ้าอีกฝ่ายได้อ่านจดหมายของเจนนี่ เขาต้องรู้สึกได้แน่ว่ามันเป็นกระดาษแบบเดียวกัน ยิ่งเป็นจดหมายที่เขียนด้วยภาษาเกาหลีแล้วล่ะก็…
มันไม่ใช่จดหมายที่เราเขียนสักหน่อย เราก็แค่ช่วยแปลให้เท่านั้นเอง…เพราะฉะนั้นเราก็แค่ทำตามคำขอร้องของเพื่อน...
ปีเตอร์นึกถึงข้ออ้างต่างๆ มากมายในหัว เพราะเขาก