“…”
“ผมเป็นแบบนี้ตั้งแต่เด็กแล้ว ถ้าผมตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะได้ยินเสียงวิ้งๆ ของยุงที่ข้างหูในขณะที่นอน ผมจะไม่นอนอีกเลยจนกว่าจะจับยุงตัวนั้นได้ ผมเคยตื่นทั้งคืนด้วยครับ และผมก็ได้รู้ว่าการทำให้อะไรก็ตามที่กวนใจเราหายไปเป็นวิธีการที่ชาญฉลาด”
“เฮ้ยนิสัยแกนี่มัน…ก็ได้”
“และตอนนี้ก็มีเรื่องที่กวนใจผมฉิบหายเลย แต่พอจะทำให้หายไปผมกลับสงสัย และพอจะปล่อยให้อยู่ข้างๆ ผมก็ดันไม่สบายใจ”
อีอูยอนแกล้งยิ้มก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ถามว่านั่นหมายความว่าอะไร
“เพราะฉะนั้นการตัดสินใจเกี่ยวกับคุณอินซอบผมจะเป็นคนทำเองครับ เข้าใจไหมครับกรรมการผู้จัดการ”
ถ้าเขาบอกว่าไม่เข้าใจ เขาก็รู้สึกเหมือนจะโดนอิฐทุบหรือโดนมีดแทงขึ้นมาตอนไหนก็ได้เมื่อออกจากบ้านเวลากลางคืน ดังนั้นกรรมการผู้จัดการคิมจึงพยักหน้าโดยไม่สามารถทำอะไรได้
“ก็ได้…แล้วนายไม่เป็นไรเหรอ นายตกม้านี่”
กรรมการผู้จัดการคิมสำรวจร่างกายของอีอูยอนอย่างระมัดระวัง
“เหมือนไหล่จะหลุดนะครับ”
“ว่าไงนะ ไหล่งั้นเหรอ ทำไมถึงไม่ยอมรับการรักษาแล้วมาทำอะไรแบบนี้อยู่ล่ะ!”
“ผมลืมครับ”
“มีการลืมด้วยเหรอ ให้ตายสิ ไปเอ็กซเรย์แล้วรับการรักษาเดี๋ยวนี้เลย แก! นี่แกยังมีสติอยู