ี่ฉันจะพูดก็คือ…”
“เป็นคนชั่วร้ายจริงๆ นะครับ ชั่วร้ายมาก”
เขาไม่หยุดเพียงเท่านั้น อีอูยอนยิ้มในขณะที่วิจารณ์กรรมการผู้จัดการคิมอย่างรุนแรงไปด้วย
“คุณพูดว่าจะไล่อินซอบซึ่งเป็นผู้มีพระคุณในชีวิตของผมออกได้ยังไงครับ บอกว่าโชคร้ายเหรอครับ คนที่โชคร้ายไม่ใช่คุณชเวอินซอบเหรอครับ เขาก้าวข้ามจุดวิกฤตระหว่างความเป็นกับความตายเพราะผมมาตั้งสองครั้งแล้วนะครับ”
อีอูยอนที่เพิ่งเรียกผู้จัดการส่วนตัวที่กระโดดเข้ามาช่วยตนเองว่าคนโง่เมื่อสักครู่นี้กัดฟันกรอดและติเตียนกรรมการผู้จัดการคิม
“เฮ้ย ไอ้นี่นิ ฉันรู้แล้ว ก็แค่ลองพูดสักครั้งเท่านั้นเอง”
“ถ้าคุณจะไล่เขาออกก็ต้องไล่ผมออกด้วยสิครับ เพราะช่วงนี้ผมโชคร้ายจริงๆ ไม่ใช่เหรอครับ”
“นี่อีอูยอนทำไมนายถึงเป็นแบบนี้ล่ะ การไล่ชเวอินซอบออกเป็นเรื่องที่นายจะต้องโมโหขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ หา? นี่มันไม่ใช่ตัวนายเลย”
ทันทีที่กรรมการผู้จัดการคิมทำสีหน้าเคร่งขรึมพลางเอ่ยถาม อีอูยอนก็ฉีกยิ้มสวยและตอบด้วยน้ำเสียงที่หวานเหมือนกับสารภาพรัก
“เพราะตอนนี้ผมอารมณ์เสียครับ”