กรรมการผู้จัดการคิมมองภาพของอีกฝ่ายที่เสียสติสัมปชัญญะและโมโหอย่างไม่ใช่ตัวเองพลางขมวดคิ้ว
“ถึงแม้นายจะซ่อนมันได้อย่างดีมาตลอด แต่ฉันก็คิดว่าต้องมีสักช่วงที่นิสัยเน่าเฟะนั่นเปิดเผยออกมา ยิ่งพอเห็นนายช่วงนี้แล้วฉันก็ยิ่งคิดแบบนั้น”
“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ เพราะต่อให้โดนเปิดเผย มันก็น่าจะถูกเปิดเผยหลังจากที่จดหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว”
กรรมการผู้จัดการคิมเบี่ยงประเด็นหลังจากกระแอมอยู่ครั้งสองครั้ง เพราะเขารู้สึกว่าถูกอ่านความคิดภายในหัว
“ถึงการพูดเรื่องแบบนี้ในสถานการณ์แบบนี้มันจะดูเกินไปหน่อย แต่ว่า…ไล่อินซอบออกดีไหม”
“ครับ?”
“อืม แม้ฉันจะพูดเรื่องนี้กับหัวหน้าทีมชาไปแล้วเมื่อกี้ก็เถอะ เด็กนั่นน่ะเป็นเด็กดีนะ แต่เหมือนจะทำให้เกิดเรื่องโชคร้ายกับอุบัติเหตุอยู่เรื่อยเลย”
เสียงของกรรมการผู้จัดการคิมค่อยๆ เบาลงเรื่อยๆ ท้ายประโยคของเขาเลือนรางขึ้นเรื่อยๆ เพราะอีอูยอนมองตนด้วยสายตาเยือกเย็น
“ว้าว ถึงกรรมการผู้จัดการจะไม่ได้ดูเป็นแบบนั้น แต่ก็เป็นคนที่ชั่วร้ายจริงๆ นะครับเนี่ย”
อีอูยอนยิ้มพร้อมกับทำตายิ้มไปด้วย
“ว่าไงนะ”
“พูดแบบนั้นออกมาในตอนที่เขายังนอนอยู่แบบนั้นน่ะเหรอครับ”
“เปล่านะ ท