ต้องฟังการสั่งสอนเกี่ยวกับความรับผิดชอบจากพ่อแม่อย่างเต็มที่
ตอนนั้นเองมีคติหนึ่งที่เขาเพิ่งเข้าใจอย่างชัดเจน
‘อย่าเก็บอะไรมาจากถนน และถ้าจะเก็บมาก็อย่าปล่อยมือจนกว่ามันจะตาย เพราะนี่เป็นเรื่องของความรับผิดชอบ’
ปัญหาคือในการรอให้สัตว์ตายลงตามธรรมชาติจะทำให้ความอยากรู้อยากเห็นของเขาลดน้อยลงทันที ถ้าอยากตัดความรำคาญออกไป เขาก็ทำได้แค่ทิ้งหรือทำให้สัตว์นั้นตายเท่านั้น แต่เขาก็รู้ว่าเขาจะต้องรำคาญกับการเก็บกวาดและเสียงบ่นที่ตามมาทีหลังแน่ถ้าหากเขาฆ่ามัน ดังนั้นหลังจากวันนั้นเขาก็เลยไม่เก็บสัตว์กลับมาอีกเลย แม้แต่ตอนที่คบหรือหลับนอนกับผู้หญิง เขาก็ไม่เหลือผู้หญิงที่น่าจะต้องรับผิดชอบเอาไว้โดยเด็ดขาด
พอมองผู้จัดการส่วนตัวที่นอนหลับอย่างหมดสภาพเหมือนผ้าขี้ริ้วอยู่ที่โซฟา อีอูยอนก็นึกถึงสุนัขที่เปียกฝนและร้องหงิงๆ เขาท่องจำสีหน้าของคน เขาไม่เคยลืมชื่อเรียกของสีหน้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะเขาฝึกซ้ำๆ มาตั้งแต่เด็ก ถึงเขาจะไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะรู้ไหม แต่ความรู้สึกที่ชเวอินซอบแสดงออกมาตอนนี้คือความรู้สึกนั้น นั่นก็คือความกลัวเหมือนลูกสุนัขที่ถูกโลกทอดทิ้ง อีอูยอนมองภาพของผู้จัดการส่วนตัวที่นอนห