บเพื่อนสนิทของคุณอีอูยอนที่ไม่ได้เจอกันนานแล้ว และตอนนี้กำลังทำงานเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้กับคุณอีอูยอน!”
มีเจตนาร้ายแฝงอยู่ในคำพูดนั้น ชเวอินซอบจำนักข่าวคิมแฮชินได้และโค้งคำนับอีกฝ่าย
“คุณอูยอนนี่ดีนะคะ ได้เพื่อนสนิทมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้ด้วย”
“…”
อินซอบไม่ได้แก้ตัวอะไรเป็นพิเศษ เพราะเขารู้สึกได้ว่าเธอกำลังวิเคราะห์สถานการณ์ทั้งหมดอยู่
“เห็นว่าหลังจากวันนั้นคุณอูยอนบอกว่าจะไม่รับการสัมภาษณ์เพื่อทำข่าวจากพวกเราแล้วนี่คะ”
“ไม่ใช่นะครับ เราไม่ได้ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์บริษัทไหนเป็นพิเศษครับ ถ้าเวลาตรงกันผมจะนัดเวลาให้นะครับ”
“ได้ค่ะ แต่ดูเหมือนจะบังเอิญเวลาไม่ตรงกับทางเราอยู่เรื่อยเลยนะคะ คุณอูยอนน่ะ”
หลังจากที่สัมภาษณ์ไปวันนั้น อีอูยอนก็สั่งห้ามไม่ให้รับงานสัมภาษณ์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับนักข่าวคิมแฮชิน บางทีวันที่เธอจะได้สัมภาษณ์อีอูยอนอย่างเป็นทางการอาจจะมาไม่ถึงก็เป็นได้ ทั้งนักข่าวคิมแฮชินและชเวอินซอบต่างก็รู้ความจริงนั้นดี
“ถ้าเวลาตรงกันผมจะนัดวันให้ครับ”
เพราะฉะนั้นอินซอบจึงทำได้เพียงพูดคำที่เหมือนกับเมื่อสักครู่นี้อีกครั้ง นักข่าวคิมแฮชินทอดสายตามองเขานิ่งๆ พร้อมหยิบบุหรี่จากกร