นี่มันก็ผ่านมาตั้งหนึ่งเดือนแล้ว
อีอูยอนทอดสายตามองหน้าของชเวอินซอบที่นอนอยู่บ้านพื้น
ใบหน้าของอีกฝ่ายอ่อนเยาว์ถึงขนาดที่เขาเชื่อว่าอีกฝ่ายยังเป็นเด็กนักเรียนที่ต้องไปเรียนอยู่
และร่างกายที่ผอมแห้งถึงขนาดที่สูทที่ใส่ไปไหนมาไหนนั้นใหญ่เกินตัว เขาประหลาดใจว่าอีกฝ่ายจัดการงานที่เยอะขนาดนั้นได้อย่างไรด้วยร่างกายเล็กๆ นั่น
“คุณกำลังทำอะไรอยู่กันแน่”
โลกคือสิ่งที่เขาไม่เข้าใจมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว หลังจากที่รู้แบบนั้น อีอูยอนก็ใช้ชีวิตไปพร้อมกับหลอกคนรอบข้างอย่างพอประมาณ เขารู้ตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วว่าการคิดหรือกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่สามารถเข้าใจได้นั้นเป็นเรื่องเสียเวลา
แต่นี่แตกต่างออกไปนิดหน่อย
ในตอนที่อยู่ในห้องพักฟื้นถ้าอีอูยอนเริ่มคิดว่าทำไมชเวอินซอบถึงทำเป็นแบบนั้น เขาก็จะไม่สามารถหยุดคิดได้ พอตั้งสติได้ตนก็เดินเข้าไปในห้องพักฟื้นข้างๆ และกำลังทอดสายตามองชเวอินซอบที่หลับอยู่แล้ว
แต่เขาก็ยังไม่ได้คำตอบที่ถูกต้อง
อีอูยอนใช้เท้าสะกิดชเวอินซอบอีกครั้ง อินซอบขมวดคิ้วและเงยหน้าขึ้นมาทันทีที่เขาเริ่มเตะแรงขึ้นอีกหน่อย
“ลุกครับ”
เขาคิดว่าถ้าคราวนี้อีกฝ่ายไม่ฟังเขา ต่อให้จะแข็งตายหรือไม่