บพูดอ้อมแอ้มพร้อมกับสังเกตท่าทีของเขาไปด้วยและเดินตามหลังมา อีอูยอนเห็นดังนั้นจึงถามเปรยๆ
“ทำไมถึงช้าแบบนี้ล่ะครับ ผมกำลังรอคุณอยู่นะ”
“ขอโทษครับ”
ต่อให้ทำความผิด ชเวอินซอบก็ไม่มีทางแก้ตัว เจ้าตัวมักจะยอมรับความผิดนั้นเงียบๆ และกล่าวขอโทษ ทีแรกอีอูยอนรู้สึกว่ามันก็ดูอ่อนน้อมดี แต่ตอนนี้เขาชักจะรำคาญแล้ว
อีอูยอนถามอย่างเป็นมิตรอีกครั้ง
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอครับ คงไม่ใช่ว่าเจอใครเข้าตอนที่จอดรถรอผมหรอกใช่ไหม”
“…”
เขาแค่พูดเล่น แต่ชเวอินซอบกลับก้มหัวลง ไม่ยอมพูดอะไร อีอูยอนดึงห่วงของกระป๋องเครื่องดื่มที่เขากำลังถืออยู่ เกิดเสียง แกร๊ก จากนั้นเขาก็ดื่มเข้าไประหว่างที่รอคำตอบจากอีกฝ่าย
“…”
ชเวอินซอบเดินตามหลังมาเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรเลย อีอูยอนรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคิดว่าตนไม่รู้เลยว่าเจ้าของใบหน้าใสซื่อเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรเลยจะแอบไปทำอะไรลับหลังหรือไม่ ความรำคาญที่ถูกกดเอาไว้ก็ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น เขาอยากบีบคอเรียวบางนั่นและตะโกนสั่งให้พูดมาเดี๋ยวนี้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ อีอูยอนที่เดินนำหน้าหันขวับกลับไป
“คุณชเวอินซอบ”
“ครับ?”
ทันทีที่สบตากัน ตาของชเวอินซอบก็เบิก