็นไรครับ ผมหายดีแล้ว”
เขาได้ยินเสียงหัวเราะจากทางด้านหลัง อินซอบคิดว่าตนพูดอะไรผิดอีกแล้วหรือเปล่าพร้อมกัดริมฝีปากเบาๆ
“วันนี้จะเริ่มอ่านบทตอนกี่โมงเหรอครับ”
“เก้าโมงเช้าครับ”
“งั้นก็เหลือเวลาอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงใช่ไหมครับ”
“ใช่แล้วครับ”
อีอูยอนขึ้นชื่อในเรื่องมาก่อนเวลานัด และมักจะมารอคนอื่นๆ และคนที่บอกตารางว่าวันนี้จะออกเดินทางเร็วกว่าเวลานัดสักหนึ่งถึงสองชั่วโมงก็คืออีอูยอนเอง
“งั้นเราไปกินข้าวกันไหมครับ”
“ครับ?”
ชเวอินซอบถามซ้ำ เพราะคิดว่าตัวเองฟังผิดหรือเปล่า
“ไปกินข้าวกันครับ คุณอินซอบอยากกินอะไรเหรอครับ”
“…คุณหมายถึงตอนนี้หรือครับ”
“ก็ตอนนี้มีเวลาพอนี่ ไม่ใช่เหรอครับ”
“มีเวลาพอครับ…แต่จะไม่เป็นไรเหรอครับ”
ปกติอีอูยอนจะไปถึงเร็วและรอคนอื่นจนเป็นนิสัยไปแล้ว และวันนี้แม้แต่กรรมการผู้จัดการคิมเองก็พูดขึ้นมาก่อนว่าทำแบบนั้นก็ดีเหมือนกัน แม้จะเป็นอุบัติเหตุ แต่มันก็กระทบนักแสดงคนอื่นๆ อย่างไม่ตั้งใจ เพราะการอ่านบทและการถ่ายทำถูกเลื่อนออกไปเพราะเขา เพราะฉะนั้นในวันแบบนี้การไปถึงเร็วและรอคนอื่นจึงเป็นท่าทีที่ดี ทั้งกรรมการผู้จัดการคิมและชเวอินซอบก็คิดแบบนั้นด้วย
“ไม่เป็นอะไรหรอกค