องไห้จนกระทั่งหัวหน้าทีมชาแหวใส่ว่า ‘ตาแก่! จะร้องก็ร้องไปเถอะ แต่ก็ช่วยร้องเงียบๆ หน่อย! เพราะมันเปล่าประโยชน์’
อีอูยอนลองขยับแขนกับขาของตัวเองแล้วก็ได้แต่นิ่วหน้า จากการที่เขารู้สึกเจ็บแปลบๆ บริเวณหน้าอกดูเหมือนกระดูกซี่โครงจะร้าว
“ยังไงก็เถอะ โชคดีมากนะที่เป็นแค่นี้ ฉันนึกว่าจะเกิดเรื่องใหญ่จริงๆ ซะแล้ว”
“จับได้หรือเปล่าครับ”
แม้จะไม่ระบุชื่อ แต่เขาก็รู้ว่าอีอูยอนกำลังถามถึงใคร กรรมการผู้จัดการคิมส่ายหน้าด้วยใบหน้าเศร้าหมอง
“พวกคนจรจัดแถวนั้นบอกว่าเหมือนจะเป็นพวกคนงาน พวกเขาเจอรถที่จอดทิ้งไว้ เพราะฉันบอกลักษณะรูปร่างกับการแต่งกายรวมไปถึงรถที่ใช้กับตำรวจไว้ก่อนแล้ว แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่จะหาตัวเจอได้จากรอยนิ้วมือ เพราะครึ่งหนึ่งของคนพวกนั้นเป็นคนที่ลักลอบอยู่อาศัยอย่างผิดกฎหมาย”
อีอูยอนเกร็งไหล่และพยายามจะลุกขึ้น แม้กรรมการผู้จัดการคิมจะเตือนว่าอย่าทำอย่างนั้น แต่เขาก็ไม่แม้แต่จะแกล้งทำเป็นฟังเลยสักนิด
“แล้วเขาบอกไหมครับว่าจะหายังไง”
“แน่นอนว่าตำรวจได้ตามหาแล้ว แต่…”
“แม่งเอ๊ย งานที่ตำรวจทำแล้วได้เงินคืออะไรกันแน่ นี่มันพยายามฆ่าชัดๆ เข้าใจไหม การจับไอ้ขยะเฮงซวยพวกนั้นเป็นงานของตำรวจ