อกมาจากปากราวกับเป็นการตอบสนองโดยอัตโนมัติของร่างกายที่ขาจะเด้งออกมาตอนโดนเคาะเข่า พูดจบอินซอบก็กลับมาคิดว่าตัวเองทำอะไรลงไป แล้วหน้าซีด
บ้าไปแล้ว นี่เราพูดอะไรออกไปเนี่ย
“จุดอ่อนเหรอครับ”
“…”
“จุดอ่อนของผมเหรอครับ”
อีอูยอนชี้ไปที่ตัวเองและยืนยันอีกครั้ง ชเวอินซอบแทบจะเป็นบ้า การนับถอยหลังอย่างกะทันหันทำให้สติของเขาหลุดลอยไป ถ้าหากอีกฝ่ายไม่ทำแบบนั้น เขาไม่มีทางยอมให้ตัวเองพูดแบบนั้นออกไปได้แน่
“อยากรู้จุดอ่อนของผมเหรอครับ”
“…ไม่ต้องบอกให้รู้ก็ได้ครับ”
ชเวอินซอบว่าพลางเบนสายตาไปที่อื่น เห็นดังนั้นอีอูยอนก็ยื่นหน้าเข้าไปหาและเอ่ยถาม
“จริงเหรอ ไม่ต้องบอกให้รู้ก็ได้จริงๆ เหรอครับ”
“…”
อยากตาย
ชเวอินซอบทำอะไรไม่ได้เลย และตอนนี้เขาก็อยากตายมาก
“ถ้าอย่างนั้นผมจะไม่บอกนะครับ”
อีอูยอนลุกขึ้น ชเวอินซอบคว้าปลายเสื้อของอีกฝ่ายไว้และตะโกนขึ้นมา
“ช่วยบอกให้รู้หน่อยครับ”
ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้เราคงไม่สามารถสืบเองได้ งั้นการได้ยินจากปากของอีอูยอนเองก็คงไม่แย่เท่าไรหรอก
อีอูยอนก้มลงมองมือที่กำลังจับเสื้อของตนไว้ ถึงเขาจะคิดว่าอีกฝ่ายดูเด็ก แม้กระทั่งตอนที่ใส