คิมนั่งตรงที่นั่งที่ดีสุดในบริเวณเบาะหลังอย่างเป็นธรรมชาติมากๆ และอีอูยอนก็จับจองที่นั่งด้านข้างเขา
จนกระทั่งรถขับเลี่ยงออกจากตัวเมืองไปก็ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรเลย ในตอนที่ขึ้นทางด่วนและวิ่งมาได้ประมาณสิบกว่านาที กรรมการผู้จัดการคิมก็หันไปมองด้านหลังพลางเอ่ยพูด
“มีรถตามมาข้างหลังหรือเปล่า”
“มีสองคันครับ เป็นรถยนต์สีขาวคันหนึ่งกับรถแท็กซี่สีเทาครับ”
หัวหน้าทีมชาหมุนพวงมาลัยอย่างชำนาญในขณะที่เอ่ยตอบ
“…อย่างนั้นเหรอครับ”
แม้ชเวอินซอบจะหันกลับไปดู แต่เขาก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าอีกฝ่ายพูดถึงรถคันไหน
“ไม่แฟนคลับก็นักข่าวแหละครับ”
อีอูยอนตอบเหมือนกับว่ามันไม่สำคัญ กรรมการผู้จัดการคิมหัวเราะหึพลางจับไหล่ของอีกฝ่ายไว้แน่น
“งั้นก็ทิ้งห่างพวกเขาออกไปหน่อยดีไหม”
“กรรมการผู้จัดการรู้ดีกว่าใครไม่ใช่เหรอครับว่าคนบ้าพวกนั้นเกาะแน่นขนาดไหน”
“ไม่ว่ายังไงพวกเราก็จะไปสนุกกันนะ อยากจะให้ไอ้คนบ้าพวกนั้นตามไปด้วยหรือไง”
พอหัวหน้าทีมชาเหลือบมองทางด้านหลัง เขาก็ถามว่า ‘จะให้สลัดทิ้งไหมครับ’
“สลัดทิ้งไปเลย”
เครื่องยนต์ส่งเสียงดัง บรื้น และถูกเร่งความเร็วขึ้นทันทีที่กรรมการผู้จัดการคิมอนุญาต ทันทีที่ความเร็วเพิ่มขึ้น