่วมากกว่า เขาไม่ได้มีปัญหาในเรื่องลักษณะการพูดหรือการออกเสียง แต่ก็มีเหตุการณ์ที่บทสนทนาขาดตอนด้วยความต่างทางทัศนคติด้านวัฒนธรรมเหมือนกัน
เหมือนกับตอนนี้เลย
“ผมทำอะไรผิดหรือเปล่าครับ”
ชเวอินซอบที่กำลังกำราวข้างประตูเอาไว้แน่นเอ่ยถามด้วยสีหน้าหวาดกลัว กรรมการผู้จัดการคิมตอบกลับไปว่า ‘เปล่า’ เขาคิดว่าเด็กคนนี้คงเป็นโรคระแวงแม้แต่คนที่ไม่มีอะไรเพราะไอ้เจ้าอีอูยอนนั่น และรู้สึกผิดกับชเวอินซอบขึ้นมา
“ว่าแต่ตอนนี้คุณลดความเร็วลงไม่ได้เหรอครับ”
ชเวอินซอบมองหน้าปัดความเร็วด้วยสายตาเป็นกังวล หัวหน้าทีมชาเอียงหน้าไปมาด้วยสีหน้าที่เหมือนจะถามว่า ‘ทำไมล่ะ’
“รถที่ไล่ตามถูกสลัดทิ้งไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ”
“ก็ถูกสลัดทิ้งไปแล้วน่ะสิ”
“แล้วจะขับไปด้วยความเร็วขนาดนี้เลยเหรอครับ”
“ผมก็เหยียบคันเร่งอย่างพอประมาณแล้วนะ ก็ที่นี่เป็นทางด่วนนี่ แต่พอได้ยินคุณอินซอบพูดแล้ว คุณน่าจะเป็นคนขับรถอย่างมีมารยาทมากแน่ๆ เลย”
“คนขับรถอย่างมีมารยาทเหรอครับ”
“อูยอนคงอกแตกตายแน่เลย ถ้าดูจากการที่คุณอินซอบขับรถไปไหนมาไหนแล้ว”
“แต่ประมาณนั้นมันก็โอเคดีแล้วนะครับ”
ถ้าจะให้เขาบอกข้อเสียของชเวอินซอบที่ปรับตัวเข้ากับงาน