ล้วครับ”
“อย่าทำแบบนั้นนะ…อะไรเนี่ย นายจะบอกว่าฉันทำแบบนั้นเหรอ ฉันก็ไม่ทำแบบนั้นเหมือนกัน! หัวหน้าทีมชาพูดอะไรหน่อยสิ!”
หัวหน้าทีมชาผิวปากในขณะที่หลีกเลี่ยงการตอบคำถาม ชเวอินซอบมองคนทั้งคู่ที่เป็นแบบนั้นแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ
“อินซอบหัวเราะอีกแล้วเหรอ”
เมื่อกรรมการผู้จัดการคิมเอนตัวมาข้างหน้าพลางเอ่ยถาม ชเวอินซอบก็ส่ายหน้าและรู้สึกประหม่า
“ทำไมไม่หัวเราะล่ะ ไม่รู้จักคำว่าถ้าหัวเราะแล้วโชคจะมาหาเหรอ”
“ใช่สำนวนที่ว่าถ้าครอบครัวมีความสุข ทุกอย่างก็จะราบรื่นหรือเปล่าครับ…หรือว่าไม่ใช่”
เสียงพึมพำของชเวอินซอบค่อยๆ เบาลงเรื่อยๆ เพราะเขาไม่มีความมั่นใจในเรื่องสำนวนเลยแม้แต่น้อย
“สำนวนว่าโชคจะมาสู่บ้านที่มีความสุขต่างหาก ฮ่าๆๆ จะว่าไปบางครั้งตอนที่ฉันคุยกับเด็กนี่ก็…”
กรรมการผู้จัดการคิมที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่างมองอีอูยอนอยู่ครู่หนึ่งและปิดปากเงียบ เขาคิดออกแล้วว่าความรู้สึกขัดแย้งในใจที่เขามักจะรู้สึกเวลาคุยกับชเวอินซอบเป็นความรู้สึกที่เขาเคยสัมผัสได้จากใครมาก่อน
แม้ตอนนี้อีอูยอนที่เกิดและโตที่เมืองนอกจะดีขึ้นมากแล้ว แต่ช่วงที่เจอกันครั้งแรกเขาเหมือนกับชาวต่างชาติที่พูดภาษาเกาหลีได้อย่างคล่องแคล