งยิ่ง เมื่อตั้งใจแล้วก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เขายืนยันว่าจะรอซูเฉินที่นี่ต่อไป
“เถอะเถอะ!”
หลินชิงชิงเป็นหญิงเฉลียวฉลาด เพียงชำเลืองมองก็เข้าใจว่าหลิวกู่เฉิงหาได้จริงใจนัก
แต่ถึงอย่างไรทั้งสองก็เป็นเพื่อนร่วมสำนัก ฝึกยุทธ์อยู่ในนิกายเดียวกัน นางจึงไม่ได้พูดอะไรมาก
หลินชิงชิงเดินเข้าสู่ตำหนักหยกไผ่ แล้วออกมาพร้อมกับซูเฉินและซูหลิงเอ๋อร์
หลิวกู่เฉิงรีบติดตามมาอย่างใกล้ชิด
“ซูเฉิน ญาติผู้น้องของเจ้าช่างมีน้ำใจกับเจ้าจริงๆ ถึงกับจะไปส่งเจ้าเข้าสู่นิกายด้วยตนเอง เจ้ารู้หรือไม่ เขาเป็นคนที่ไม่ชอบสุงสิงกับใครเลยนะ เจ้ามีวิธีอะไรทำให้เขายอมถึงเพียงนี้?”
หลินชิงชิงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“องค์หญิง…ที่พี่หลิวมาที่นี่ก็เพราะอยากให้พี่ชายข้าถ่ายทอดเพลงกระบี่ให้เจ้าค่ะ…”
ซูหลิงเอ๋อร์กล่าวเสียงแผ่ว ก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันให้หลินชิงชิงฟัง
“อะไรนะ?!”
ดวงตาของหลินชิงชิงเบิกกว้าง เต็มไปด้วยความตกตะลึง นางจ้องมองซูเฉินราวกับเพิ่งรู้จักเขาใหม่อีกครั้ง
หลิวกู่เฉิงคือหนึ่งในสี่อัจฉริยะใหญ่แห่งเมืองหลวง เป็นจอมยุทธ์ผู้เชี่ยวชาญเพลงกระบี่ แม้แต่ผู้อาวุโสรุ่นก่อนยังยอมรับในฝีมือ
ทว่าวันนี้เขากลับพ่ายแพ้ต่อซูเฉิน