ังเอิญเหรอครับ”
“ครับ บังเอิญครับ”
ชเวอินซอบทำตาเป็นประกายราวกับคนที่พบเชือกที่จะทำให้ตัวเองรอดชีวิตและเงยหน้าขึ้นมา อีอูยอนเห็นดังนั้นจึงส่งสายตาอ่อนโยนไปให้
“เป็นความบังเอิญที่โชคดีจริงๆ เลยครับ”
น้ำเสียงของเขาอ่อนหวานราวกับเป็นนางฟ้าที่ทำให้เด็กเล็กๆ ยอมนั่งคุกเข่าและมอบลูกอมให้ ชเวอินซอบหันหน้าไปอย่างรวดเร็ว
อีอูยอนมองราวกับว่าเขาสนใจกับท่าทางของผู้จัดการส่วนตัวที่ดูราวกับเป็นเด็กที่เพิ่งแตกหนุ่ม
“ถ้าอย่างนั้นให้ผมไปส่งที่บ้านไหมครับ”
ชเวอินซอบสตาร์ทรถตู้และเอ่ยถาม อีอูยอนหยุดคิดไปพักหนึ่งก่อนจะแตะไหล่ของเขาและถามขึ้นว่า
“เย็นนี้คุณพอจะมีเวลาไหมครับ”