ะครับ คุณไม่มีแฟนเหรอ”
“…ครับ”
เขาเห็นว่ามือที่กำลังจับพวงมาลัยอยู่นั้นเกร็งขึ้น อีอูยอนเอนตัวพิงเบาะและพูดต่อ
“ถ้าอย่างนั้นคุณทำอะไรในวันหยุดเหรอครับ”
“ก็แค่…พักอยู่บ้านครับ”
ทันทีที่คำตอบซึ่งไร้ซึ่งความสนุกถูกตอบกลับมา อีอูยอนก็ล้มเลิกความสนใจที่มีต่อผู้จัดการส่วนตัวไปและหลับตาลง ชเวอินซอบนึกกังวลว่าเขาควรจะตอบคำถามอื่นเพิ่มไปด้วยไหมก่อนจะตรวจดูให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายหลับตาลงไปแล้วและถอนหายใจออกมา ชเวอินซอบจอดรถลงตรงหน้าคาเฟ่ย่านชองดัมดงซึ่งเป็นสถานที่นัด เขาหันกลับไปถามอีกฝ่าย
“ถึงแล้วครับ จะให้ผมไปรอที่ไหนดีครับ”
“เข้าไปดื่มชาด้วยกันสักแก้วสิครับ”
“ครับ? ผมว่า…”
แม้แต่คำพูดที่ไม่ได้สำคัญอะไร ชเวอินซอบก็ยังทำสีหน้าจริงจังและโบกไม้โบกมือปฏิเสธ อีอูยอนบอกว่าเขาล้อเล่นและลงไปจากรถ ชเวอินซอบกดมืออีกข้างลงกับฝ่ามือของตัวเอง มันเป็นนิสัยที่เพิ่งเกิดขึ้นช่วงนี้ เอาล่ะ ตั้งสติซะ!
“สู้ๆ”
ชเวอินซอบเอาฝ่ามือตบเข้าที่แก้มและเรียกพลังกายและใจของตัวเอง เขานึกถึงสุภาษิตเกาหลีที่บอกไว้ว่า ‘ต่อให้ถูกเสือกัด ถ้าหากมีสติเราก็จะสามารถเอาชีวิตรอดได้’
เขาหาที่จอดรถเป็นอันดับแรก พอจอดรถเสร็จ