อีอูยอนดึงหมอนมาปิดหูตอนที่ได้ยินเสียงกริ่ง แต่เสียงกริ่งก็ยังดังไม่หยุด
“เหี้ยเอ้ย”
อีอูยอนเขวี้ยงหมอนออกไปและลุกจากเตียง มันเป็นเวลาสิบโมงเช้า เขาอ่านหนังสือจนถึงตีสามและหลับไป เพราะมันเป็นวันที่เขาไม่มีตารางงาน นั่นหมายความว่าไม่ว่าใครก็ไม่ได้รับสิทธิ์ในการปลุกอีอูยอนขึ้นมาตั้งแต่สิบโมงเช้า
เขาไม่ถามออกไปว่าอีกฝ่ายเป็นใครและเปิดประตูหน้าบ้านออกไปจนสุด
ผู้ชายที่กดกริ่งหน้าบ้านของเขามองอีอูยอนทั้งๆ ที่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น
“มีเรื่องอะไรเหรอครับ”
อีอูยอนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงง่วงงุน ชเวอินซอบตอบกลับมาอย่างตะกุกตะกัก
“ตะ ตะ ตารางงานวันนี้ถูกเปลี่ยนครับ ผมได้รับการติดต่อมาว่าจะต้องถ่ายงานที่มีกำหนดถ่ายมะรืนนี้ภายในเช้าวันนี้”
“…”
ความรำคาญที่เห็นอยู่ลางๆ หายไปจากใบหน้าของอีอูยอน การที่ตารางการถ่ายทำถูกเปลี่ยนไม่ใช่เรื่องหายาก แต่มันก็เป็นหน้าที่ของชเวอินซอบไม่ใช่หรือไง
“ขอโทษนะครับ”
ชเวอินซอบก้มหัว
“ไม่เป็นไรครับ มันไม่ใช่ความผิดของคุณชเวอินซอบสักหน่อย ไม่เป็นไรหรอกครับ”
อีอูยอนสวมหน้ากากคนดีและเอ่ยตอบ ทันทีที่เขาบอกให้อีกฝ่ายเข้ามาและหลบออกไปจากประตู ชเวอินซอบก็ผงะและมองไปรอบๆ