มือทั้งสองก็ประสานกันโดยที่เขาไม่รู้ตัว ซังอูลอบถอนหายใจเบาๆ มือที่จับกันอยู่แกว่งไปแกว่งมาราวกับลูกตุ้ม ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วร่างกาย
“รุ่นพี่”
“ว่า?”
“ไม่มีอะไรครับ”
แต่มันยังไม่จบแค่นั้น แม้จะจับมือกับอีกฝ่ายแล้ว แต่สัตว์ร้ายในตัวซังอูกลับเหิมเกริมเรียกร้องสิ่งที่มากกว่านั้น แม้จะพยายามบอกว่าไม่ได้ ช่วยรักษาหน้ากันบ้าง แต่มันกลับไม่ฟัง
“รุ่นพี่”
“ว่า?”
“เรียกเฉยๆ ครับ ไม่มีอะไร”
เขาอดทนข่มใจที่ทรมานจนเดินมาถึงที่จอดรถในที่สุด ฝ่ามือชุ่มไปด้วยเหงื่อ ถ้าหากเอาไปบิดเหมือนผ้าขี้ริ้วได้คงจะได้น้ำเป็นถัง ไม่รู้เลยว่าตัวเองใช้ชีวิตเหมือนคนปกติมาตลอดยี่สิบห้าปีได้อย่างไรทั้งที่มีความต้องการมากมายขนาดนี้ ซังอูไม่เข้าใจเลยจริงๆ
“นายนี่ตลกดีนะ ปกติอยากพูดอะไรก็พูดไม่ใช่เหรอ แล้ววันนี้เป็นอะไร”
ในตอนนั้นเองเขาเงยหน้ามองใบหน้าของแจยองที่พูดหยอกเย้า ครั้นได้เห็นใบหน้าที่พยายามหลบเลี่ยงระหว่างที่เดินมา ซังอูก็เวียนหัวขึ้นมา ความปรารถนาที่ทำให้มึนเมาอัดแน่นอยู่ในอก ซังอูรู้สึกว่ามือที่จับกันอยู่ส่งผลเสียต่อตนจึงปลดมือออกพลางตอบ
“วันนี้ผมรู้สึกแปลกๆ ครับ ที่โรงหนังรุ่นพี่ไม่ได้