ารู้อะไร! กระบี่ลมใบหลิวของเขาน่ะ เหนือกว่าท่านปู่ข้ามากนัก! ฟังให้ดีถ้าเจ้ากล้าไปหาเรื่องเขาอีก เจ้าจะตายแบบไม่รู้ตัวเลย!”
หลิวกู่เฉิงดุด่าเสียงเข้ม
“หา?!”
หลิวอวี้หลงอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
เจ้าซูเฉินนั่นมันเก่งขนาดนั้นเลยหรือ?
แล้วเขาก็เห็นหลิวกู่เฉิงนั่งขัดสมาธิลงหน้าตำหนักหยกไผ่ วางกระบี่เพลิงนภา ไว้บนตัก หลับตานิ่งไม่เคลื่อนไหว
“พี่ใหญ่ เจ้ายังไม่กลับอีกหรือ?”
หลิวอวี้หลงเอ่ยถาม
“เจ้าไปได้เลย! ข้าจะอยู่ที่นี่ รอให้ซูเฉินสอนกระบี่ลมใบหลิวให้ข้า!”
หลิวกู่เฉิงกล่าวอย่างจริงจัง
เขารู้สึกอย่างแรงกล้าว่าการที่เขาจะสามารถเข้าใจเจตจำนงแห่งกระบี่ได้หรือไม่นั้น อาจขึ้นอยู่กับซูเฉินเพียงผู้เดียว!
เมื่อเคยพบยอดเขาสูงส่ง ทุกสิ่งเบื้องล่างก็ดูจืดจางไร้ความหมาย
เขายอมรับโดยสิ้นเชิงต่อกระบี่ของซูเฉิน!
ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจแน่วแน่ว่า จะรอจนกว่าซูเฉินจะยอมสอนเขา!
“หา?!”
หลิวอวี้หลงถึงกับตกตะลึงจนพูดไม่ออก
เดิมทีเขาอยากให้พี่ใหญ่ช่วยลงมือสั่งสอนซูเฉินสักหน่อย แต่ใครจะคาดคิดว่าพี่ใหญ่ของเขาจะกลับกลายเป็นผู้ยอมศิโรราบและเฝ้ารอคำชี้แนะจากซูเฉินถึงเพียงนี้?
เรื่องนี้…จบเห่แล้ว!
ถ้าท่านลุงหรือท่านปู่รู้เข้า ข