ับหลิวกู่เฉิงด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
แล้วเขาก็หันหลังก้าวกลับเข้าตำหนักหยกไผ่ทันที
“เดี๋ยวก่อน!”
หลิวกู่เฉิงรีบรั้งซูเฉินไว้
“ยังมีอะไรอีกหรือ?”
ซูเฉินหันกลับมา กล่าวถามเบา ๆ
“ซูเฉิน…ข้า…ข้าอยากขอคำชี้แนะเรื่องกระบี่ลมใบหลิวจากเจ้า…”
น้ำเสียงของหลิวกู่เฉิงพลันอึกอัก
ในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น คลั่งไคล้ และความรู้สึกตื่นเต้นปนประหม่า ใบหน้าของเขาแดงเรื่อ
แม้เขาเพิ่งจะเป็นฝ่ายมาหาเรื่องซูเฉิน แต่ตอนนี้กลับอยากขอเรียนกระบี่จากอีกฝ่ายเสียแล้ว
อย่างไรก็ตาม เขาคือผู้หลงใหลในกระบี่โดยแท้จริง
ความหลงไหลในกระบี่ของเขาเอาชนะความละอายในใจ ทำให้เขาต้องเปล่งเสียงออกมา!
“ไม่ได้!”
ซูเฉินปฏิเสธทันที จากนั้นก็หันหลังกลับเข้าตำหนักหยกไผ่โดยไม่ลังเล
เป็นไปไม่ได้!
เหตุผลที่เขาใช้กระบี่ลมใบหลิว ก็เพียงเพื่อข่มขวัญหลิวกู่เฉิงให้ยอมถอยเท่านั้น
ส่วนเรื่องจะสอนกระบี่ให้เขางั้นหรือ…ข้าไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น!
“พี่ใหญ่ เจ้าคนซูเฉินนี่มันอกตัญญูจริง ๆ! ถึงกระบี่ลมใบหลิวของเขาจะร้ายกาจแค่ไหน แต่จะเหนือกว่าท่านปู่ได้ยังไง? เจ้าจะไปสนใจเขาทำไม? ไปขอคำชี้แนะจากท่านปู่ก็พอแล้วไม่ใช่หรือ?”
หลิวอวี้หลงกล่าวอย่างโมโห
“เจ้