คิดหาข้ออ้าง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็คิดออกเพียงอย่างเดียวว่าเขาทนไม่ไหวแล้ว กลายเป็นคนไร้อารยธรรมเสียยังดีกว่า ธงชัยแห่งความต้องการเข้ายึดครองกำแพงของซังอูแล้ว
“รุ่นพี่แจยองครับ…ผม…”
ซังอูหยุดอยู่ตรงหน้าแจยอง อีกฝ่ายเพียงจ้องซังอูเขม็งโดยไม่ขยับสักนิด
“มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากทำมาตั้งแต่สองสามวันก่อนแล้วครับ”
แววตาจริงจัง ปราศจากความขี้เล่นทำให้ซังอูประหม่า ขณะที่ซังอูอ้าปากเตรียมจะพูดขยายความ อีกฝ่ายก็พูดขึ้นมาพอดี
“ฉันรู้”
“ผมทำได้ไหมครับ”
“อือ เต็มที่เลย”
ซังอูพยักหน้าและก้าวเข้าไปใกล้แจยองหนึ่งก้าว ในเมื่อได้รับอนุญาตแล้วก็ไม่จำเป็นต้องลังเลอีก คราวนี้เขาเข้าไปหาแจยองด้วยความเต็มใจ ด้วยตัวขงเขาเอง ด้วยสติครบถ้วนไม่ได้เมา ขณะที่เขาโน้มใบหน้าของอีกฝ่ายลงมาและเขย่งเท้า แจยองก็ถอยหลังเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของตรอก ใช้นิ้วขวางริมฝีปากของซังอูที่กำลังจะพุ่งเข้าใส่พลางเอ่ย
“คราวนี้เอาแบบนุ่มนวล ช้าๆ ค่อยๆ สัมผัสไปทีละนิด ทำได้ไหม”
ซังอูอยากจะปัดนิ้วนั้นออกเดี๋ยวนี้แต่ท่าทีที่จริงจังของแจยองทำให้เขาต้องผงกศีรษะ จากนั้นมือของแจยองก็ค่อยๆ ผละออกจากริมฝีปาก
ซังอูฝังคำแนะนำไว้ในหัวแล้วดันแจยองติดกับกำ