ูและคลำติ่งหูอย่างอ่อนโยนจนเขาต้องหดไหล่โดยอัตโนมัติ จากนั้นอีกฝ่ายก็ลากมือผ่านขมับมาประคองท้ายทอยของซังอูแล้วกระซิบ
“หายใจ”
เมื่อซังอูสูดลมหายใจที่ลืมไปเมื่อกี้เข้าออกผ่านทางจมูก อีกฝ่ายก็เอียงคอและส่งลิ้นเข้ามาลึกยิ่งขึ้นเพื่อเลียโคนลิ้น
‘ช้าๆ ค่อยๆ สัมผัส’
ประสาทสัมผัสที่ใช้ในตอนกินมาตลอดตื่นขึ้นด้วยวิธีที่ต่างออกไป ความรู้สึกที่น่าเวียนหัวเข้ายึดครองพื้นที่ ทำให้เขาโอบรอบคอของแจยองไว้แน่น มากกว่านี้ มากกว่านี้ ใกล้กว่านี้ แจยองถูกรั้งมาทางเขาอย่างง่ายดาย
‘นุ่มนวล’
ลิ้นของแจยองลากไล้ไปตามแนวไรฟันก่อนจะผละออกไป ทิ้งความเสียดายไว้ให้ซังอูพลางใช้ฟันขบริมฝีปากเบาๆ เสียงครางที่ฝืนเก็บเอาไว้หลุดออกมา ฝ่ามือของแจยองกุมแก้มของซังอู เขาเอียงคอเก้าสิบองศาเปลี่ยนมุมบดขยี้ริมฝีปาก
“แฮ่ก แฮ่ก...”
คราวนี้ไม่ได้เป็นเพราะหายใจไม่ออก แต่เป็นเพราะแรงอารมณ์ที่หวามไหว ซังอูทำได้เพียงผลักอีกฝ่ายออกก่อนเท่านั้น แจยองค่อยๆ เปิดปาก
“บอกแล้วไงว่าเซ้นส์แม่นขนาดนี้ สงสัยต้องปูเสื่อรับดูดวงแล้วล่ะ”
ใบหน้าของอีกฝ่ายดูแดงเล็กน้อยในความมืด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอารมณ์หรือแสงไฟ
“ผมแพ้แล้วครับ”
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ใช่