ถึงไหล่เผยให้เห็นรอยสักประหลาด
“คราวที่แล้วก็เห็นแล้วครับ”
“ตอนไหน? อ้อ…”
ความเงียบโรยตัวชั่วขณะ ซังอูหยิบขวดน้ำในกระเป๋าเป้มากรอกลงคอ เมื่อดื่มจนหมดก็ใช้หลังมือปาดน้ำที่ไหลลงมาตามขอบปากเล็กน้อย ในตอนนั้นเองแจยองก็เอ่ยขึ้น
“นายคงเห็นตอนที่เราแนบชิดมีความสุขด้วยกันบนรถสินะ”
โชคดีที่เขาดื่มน้ำหมดแล้ว ไม่งั้นคงได้พ่นน้ำออกมาแน่ พอแจยองพึมพำว่า “วันนั้นโคตรดีเลย” ซังอูก็รู้สึกว่าควรเปลี่ยนหัวข้ออย่างจริงจัง
“ทำไมถึงสักล่ะครับ”
“ทำไมล่ะ เหมือนนักเลงเหรอ”
“นิดหน่อยครับ”
“เป็นลายเซ็นที่ออกแบบไว้เมื่อไม่กี่ปีก่อนน่ะ คิดซะว่าเป็นรูปวาดก็ได้”
“ทำไมถึงวาดรูปลงบนผิวล่ะครับ”
“เพราะอยากวาดมั้ง?”
แจยองเอาแต่กินข้าวอยู่พักใหญ่ ซังอูนั่งอยู่บนเก้าอี้และมองลายเซ็นที่ประทับอยู่บนแขนของแจยอง เขาเคยคิดว่ารอยสักมีไว้สำหรับพวกนักเลงเท่านั้น แต่อาจเพราะเป็นอีกฝ่าย มันจึงดูไม่ได้แย่ขนาดนั้น พอดูดีๆ แล้วเหมือนนก เหมือนตัวอักษรของประเทศที่ไม่รู้จัก เหมือนดาวตก และเหมือนเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ ซังอูรู้สึกว่ารูปนั้นเหมือนแจยองตรงที่ไม่อาจรู้ได้เลยว่าตัวตนจริงๆ ของเขาเป็นอย่างไรกันแน่
“จ้องใหญ่เลยนะ”
“เพิ่