หลังด้วยความรู้สึกเหมือนถูกทุบหัว เขาก็ชนเข้ากับโทแกบี เธอพูดตามบทที่เตรียมไว้ทันทีราวกับเป็นเครื่องตอบรับอัตโนมัติ
“ขอโทษนะคะ ตอนนี้ไม่มีโต๊ะค่ะ”
“ครับ ผมจะออกไปครับ”
ซังอูตอบอย่างรวดเร็วแล้วกลับหลังหัน ในตอนนั้นเองเขาได้ยินเสียงแวมไพร์ดังมาจากข้างหลัง
“ให้เพิ่มโต๊ะไหม”
“ตอนนี้ไม่มีที่ให้วางโต๊ะแล้วค่ะ รุ่นพี่!”
“ให้คนที่กินเสร็จแล้วออกไปก็ได้แล้วนี่”
ซังอูรีบวิ่งออกจากเต็นท์ แล้วมาอธิบายให้จีฮเยฟังว่าไม่มีที่นั่ง คงต้องไปที่อื่น อีกฝ่ายได้ยินดังนั้นก็ทำหน้ามุ่ยพลางพยักหน้า ขณะกำลังจะก้าวขา โทแกบีก็วิ่งออกมาจากเต็นท์
“คุณคนที่ใส่หมวก? เมื่อกี้เพิ่งมีที่นั่งพอดี เข้าไปได้เลยค่ะ! รีบมาเถอะค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ เมื่อกี้ผมเห็นอย่างชัดเจนว่าไม่มีที่นั่ง ผมจะไปแล้วครับ”
“ตามมาตอนที่ยังพูดดีๆ เถอะค่ะ”
น้ำเสียงที่ดังลอดหน้ากากออกมาฟังดูเย็นชาจนซังอูหยุดเดินโดยไม่รู้ตัว ระหว่างที่กำลังลังเล แฟรงเกนสไตน์กับซอมบี้ร่างยักษ์เหมือนนักกีฬาเบสบอลก็ออกมาจากเต็นท์ และจับแขนทั้งสองข้างของเขาอย่างดื้อดึง
“เอาล่ะ ไปกันครับ!”
“ปล่อยนะครับ เป็นนักเลงหรือไงครับ”
ขณะที่ซังอูต่อสู้กับพวกผู้ชาย ด้านจีฮเยกำลังพูดคุย