แม้เนื้อความจะเหมือนกับข้อความก่อนหน้าราวกับก็อปวาง แต่ตอนนี้แจยองกำลังตกอยู่ในภวังค์ของชูซังอู แม้จะเห็นข้อความที่ดูเป็นการเป็นงาน เขาก็รู้สึกตื่นเต้น คราวนี้เขาตั้งใจทำงานมาก ข้อมูลที่ต้องส่งก็รวบรวมไว้แล้ว เขาเปิดกล่องอีเมลขึ้นมา ขณะกำลังกดแนบไฟล์รูปเขาก็ชะงัก
จู่ๆ แผนการอื่นก็แวบขึ้นมาในใจ แทนที่จะส่งอีเมล เขากลับเอนหลังพิงเก้าอี้พลางกอดอก นั่งเขย่าขาจ้องโทรศัพท์อยู่สามนาที เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนตรงก็มีโทรศัพท์เข้ามาตามนัด แจยองรออยู่หกวินาทีก่อนจะรับโทรสาย และปรับน้ำเสียงให้ต่ำที่สุด…
“อ้อ ซังอู”
[…ครับ?]
“โทรมาทำไมเหรอ”
[เอ่อ…หมดเว- เที่ยงคืนแล้ว…เห็นยังไม่มีเมลเข้ามา…ผมก็เลยโทรมาครับ]
“พี่ลืมไปเลยแฮะ ขอบคุณนะที่โทรมา จะส่งให้เดี๋ยวนี้เลย”
[…]
“กินข้าวเย็นหรือยัง”
[ครับ]
“กินอะไร”
[ที่โรงอาหารครับ ทำไมเหรอครับ]
“เมนูอะไรล่ะ”
[โชบับ[4] ซุปเต้าเจี้ยวใส่ผักกาด กิมจิ ไส้กรอก ผัดผัก ปลาแอนโชวีผัด โยเกิร์ต ถามทำไมเหรอครับ]
“อยากได้ยินเสียงน่ะ”
[…]
“พี่ชอบฟังเสียงคนพูดไง”
[งานอดิเรกแปลกดีนะครับ แค่นี้นะครับ]
สายตัดไปก่อนที่เขาจะทันได้ตอบอะไร แจยองเอียงคอไปมา ผลการทดลองคือน้ำเสียง ถ้าซังอูมีใจให้เขา