อื่นเปิดประตู!”
เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ ฝ่ายตรงข้ามที่หัวร้อนอยู่หน้าประตูก็สงบไปครู่หนึ่งเช่นกัน ซังอูจ้องประตูเขม็ง
“เฮ้ย ไอ้เวร มึงกลัวกูชวนไปดูหนังถึงขั้นต้องโดดเรียนเลยเหรอวะ”
คำพูดนั้นมาพร้อมกับเสียงหอบหายใจของเจ้าตัว อกของซังอูพลอยขยับขึ้นลงไปด้วย
“มึงเนี่ยนะโดดเรียน? ไอ้คนที่ต่อให้โลกจะแตกในอีกห้านาทีก็ยังจะไปจองที่นั่งอะนะ?”
“แล้วแต่จะคิดครับ”
ตึง
คราวนี้เป็นเสียงที่เบาลง ซังอูรับรู้ได้ว่าแจยองกำลังยืนพิงประตู
“แค่ชวนไปดูหนังครั้งเดียวแม่งทำเหมือนกูเป็นเชื้อโรคเฉย แล้วคือจะดรอปเรียน?”
เขาพึมพำเหมือนพูดคนเดียว
“ก็เอาดิ เขียนเหตุผลแบบนี้เป็นไง ไอ้เหี้ย รุ่นพี่หัวค—มาตามก่อกวนแล้วก็ชวนไปดูหนังด้วยก็เลยดรอปเรียนงี้”
“หุบปากเถอะครับ!”
“มีใครจะลักพาตัวมึงไปขังแล้วทารุณกรรมหรือไง หรือมีใครจะวางยามึงแล้วขโมยอวัยวะไปขาย?”
“มันไม่ใช่เรื่องดีอยู่แล้วนี่ครับ! ผู้ชายด้วยกัน…น่าขยะแขยง…”
“มึงหลุดมาจากยุคหินเหรอ กูไปดูหนังกับเพื่อนผู้ชายออกบ่อย เมื่อวานกูก็ไปมา”
“แต่ผมไม่ครับ ผมจะไปดูหนังกับเพศตรงข้ามที่ผมจะแต่งงานด้วยเท่านั้น เพราะงั้นเลิกมาส่งเสียงดังหน้าบ้านคนอื่นแล้วไสหัวไปสักทีเถอะครับ