!”
เขาได้ยินเสียงก่นด่ายาวเหยียดดังลอดเข้ามาทางประตู จากนั้นก็เป็นเสียงถอนหายใจ
“กูลงแรงลงเวลาไปกับมึงตั้งเท่าไร ไอ้เหี้ยนี่เห็นกูเป็นตัวอะไรวะ”
“พูดอะไรน่ะครับ เป็นฝ่ายมาแกล้งคนอื่นก่อนแท้ๆ”
“แค่สองวันเหอะ สองวัน ที่เหลือเป็นอาทิตย์ก็แค่เล่นไปเรื่อยปะวะ ให้ตาย ตั้งแต่ปลดประจำการมาก็เพิ่งเคยทำอะไรเปล่าประโยชน์ครั้งแรก ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงเลยครับที่ให้โอกาสผมได้ทำเรื่องเปล่าประโยชน์”
“เป็นโรคหลายบุคลิกเหรอครับ รุ่นพี่ทำอะไรดีหนักหนาถึงมาด่าผม”
“พอเหอะว่ะ อย่าพูดกันต่อเลย”
อาจเป็นเพราะอีกฝ่ายเกรี้ยวกราดพอสมควร เขาจึงรู้สึกได้ถึงความดุเดือดในน้ำเสียง หลังจากปล่อยให้ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง ที่ช่องใต้ประตูก็มีกระดาษแผ่นบางลอดเข้ามา เป็นตั๋วหนังรูปฟิล์ม
“เอานี่ไปแดกแล้วจะไปไหนก็ไป ต่อไปกูจะไม่ไปเฉียดใกล้มึงเลย”
“ถ้าจะมัวแต่พูดแบบนั้นก็ไสหัวไปซะตั้งแต่ตอนนี้เถอะครับ”
“มึงนั่นแหละไสหัวไป ไอ้ประสาท แล้วอย่ามาให้กูเห็นหน้าอีกนะ”
อีกฝ่ายพูดเหมือนแสงเทียนที่สั่งให้ลมไสหัวไป คนเขาอยู่บ้านอยู่แล้ว ยังจะให้ไปที่ไหนอีกล่ะวะ ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจากไปอย่างรวดเร็วราวกับพายุ เสียงฝีเท้า