ค่ายคุ้มกันหัวใจที่ซังอูสร้างไว้ภายในจึงถูกเผาวอด
แจยองหรี่ตาจ้องมองซังอู
“เพราะเป็นฉันเหรอ? หรือไม่อยากไปดูกับผู้ชาย?”
“ทั้งคู่ครับ”
“จะตอบแทนที่ซ่อมคอมฯ ให้ไง มันถึงขั้นต้องล้มเก้าอี้แล้ววิ่งออกมาเลยเหรอวะ”
น้ำเสียงดุดันที่ไม่ได้ยินมาสักพักกลับมาอีกครั้ง ซังอูเปิดปากโดยอัตโนมัติแล้วพูดโต้กลับ
“รุ่นพี่ไม่มีหัวคิดเหรอครับ ผมต้องลำบากแค่ไหนเวลาอยู่กับรุ่นพี่ แล้วแบบนั้นมันจะเป็นการแสดงความขอบคุณได้ยังไงครับ”
“พูดแรงไปนะ อย่าให้มันเกินไปนักเลยน่า”
ท่าทีของแจยองเริ่มดูไม่ดี ความตึงเครียดที่ทำให้หวนนึกถึงวันแรกที่เจอกันหมุนวนอยู่ในอากาศ ในตอนนั้นแม้แจยองจะพูดจาหยาบคายและทำตัวเหมือนอันธพาลแต่ซังอูไม่รู้สึกกลัวสักนิด ทว่าตอนนี้ซังอูรู้สึกกลัวอีกฝ่ายที่พูดอย่างใจเย็น และมันไม่ใช่ความกลัวทั่วไป
‘อย่าเข้ามาใกล้ผม อย่าแตะต้องผม เลิกทำลายชีวิตประจำวันของผมสักที’
แจยองจ้องหน้าซังอูเขม็งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถากถางอย่างเย็นชา
“งั้นฉันจ่ายค่าจ้างเป็นเงินแล้วกัน เท่าไรล่ะ?”
“สิบล้านวอนครับ”
“ไอ้เวรนี่ทำตัวแบบนี้อีกแล้ว นายนี่ถึงจะพูดดีๆ แต่ก็มีนิสัยหมาๆ หลุดออกมาอยู่ดีว่ะ”
รอยยิ้มของแจยองดูเหมือนศัตรูมากกว