หลังจบคาบที่สอง แจยองก็ลุกพรวด เขาหาวพลางบิดขี้เกียจไปด้วย จากนั้นก็พูดราวกับตัวเองได้ทำเรื่องยิ่งใหญ่ทั้งที่นอนเหยียดแข้งเหยียดขาตลอดคาบ ‘อัลกอริทึ่ม’
“ได้เวลากินข้าว”
ตอนนี้แม้แต่การเดินกับอีกฝ่ายในโถงทางเดินคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซังอูก็เริ่มชินแล้ว การลงบันไดพร้อมกันก็ด้วย ยังรวมไปถึงการเดินไปโรงอาหารด้วยกันและนั่งกินข้าวข้างกัน แต่วันนี้แจยองหยุดซังอูไว้ที่หน้าคณะ
“ซังอู วันนี้พี่มีนัดอะ”
นั่นเป็นคำพูดที่ซังอูไม่คาดคิด แถมยังเป็นสถานการณ์ที่ประหลาด พวกเขาไม่ได้นัดกันไปกินข้าวด้วยซ้ำ แต่แจยองกลับทำราวกับว่าซังอูกำลังรอเขาอยู่ ซังอูทำเป็นดีใจเพื่อแก้ความเข้าใจผิดไปเองของอีกฝ่าย
“ว้าว…”
แปะๆๆๆๆ ซังอูปรบมือห้าครั้งพลางยิ้มเยาะ แจยองหยิบกาแฟกระป๋องออกจากกระเป๋าก่อนจะฉวยมือของซังอูขึ้นมาแล้ววางกระป๋องลงไป จากนั้นก็ทำสีหน้าเห็นอกเห็นใจราวกับคุณยายมองหลานชาย
“กินข้าวให้อิ่ม แล้วกินน้ำตามด้วย อย่าปล่อยให้ท้องอืด แล้วก็อย่าเดินตามคนแปลกหน้า เข้าใจหรือเปล่า”
แจยองพูดราวกับรู้สึกเสียใจ
“ผมสงสัยอยู่บ่อยๆ นะว่ารุ่นพี่เป็นบ้าเหรอครับ”
แจยองยิ้มทางสายตา มือของเจ้าตัวแตะที่กระหม่อมของซังอูแล้วผละออกไปโดยไม