่มีจังหวะให้หลบเลี่ยง
“…”
กว่าซังอูจะตัดสินใจได้ว่าต้องพูดอะไรสักคำ แจยองก็เดินคล้อยหลังไปไกลแล้ว
‘เครื่องพังไปแล้วหรือไง’
ซังอูนึกถึงสิ่งที่แจยองพูดตอนเรียนคาบแรกซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่ากังวลยิ่งกว่าการวิจารณ์การออกเสียงภาษาจีนของเขาว่าด้อยพัฒนา แล้วบอกว่าถ้าขืนยังเป็นแบบนี้จะไม่ได้คะแนนเต็ม ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่แจยองมักจะใกล้ชิดซังอูเกินจำเป็น และซังอูซึ่งไม่ชินกับเรื่องนั้นก็มักจะหยุดคิดไปชั่วขณะ เหมือนกับเครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ
‘ถ้าคราวหน้าทำแบบนั้นอีกต้องต่อว่าหน่อยแล้ว’
ซังอูรู้สึกแย่พอสมควร อาจเพราะกำลังโกรธทำให้เขาถึงกับหายใจหอบ ซังอูเก็บซ่อนความโกรธไว้ภายในขณะเดินอยู่ในมหาวิทยาลัย
แจยองที่เดินไปไกลแล้วกลับหยุดยืนอยู่หน้าม้านั่ง เขาอยู่กับนักศึกษาชายหนึ่งคนและนักศึกษาหญิงอีกหนึ่งคน แจยองพูดอะไรสักอย่าง แล้วนักศึกษาหญิงก็หัวเราะและตบหลังเขาอย่างแรง ส่วนนักศึกษาชายหัวเราะจนตัวงอราวกับมันเป็นคำพูดหยอกล้อที่น่าขำมาก พอถูกแจยองเอาแขนล็อกคอและเย้าแหย่ เขาก็ลงไปหัวเราะดังยิ่งขึ้นกับพื้น
‘เรารู้สึกดี’
ซังอูละสายตาจากพวกเขาแล้วพึมพำอยู่ในใจ เขาต้องรู้สึกดีอยู่แล้ว เดิมทีนึกว่าต้อ