เขาคิดว่าถ้าจงใจปั่นจักรยานผ่านแจยองแล้ววิ่งฉิวลงเนินไปเลยน่าจะช่วยให้หายโมโหได้บ้าง แต่แจยองกลับตามลงมา
“จะทำอะไรครับ”
“ก็เห็นบอกให้ตามมา”
ซังอูมองสเก็ตบอร์ดสีเรืองแสงที่แจยองไถอยู่ด้วยสีหน้าตกใจ คนคนนี้จะบ้าได้ถึงขั้นไหนกัน เวลาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคนไม่ใช่หรือ ทำไมถึงเอาเวลาที่สามารถทำประโยชน์ได้มากมายมาทำเรื่องที่ไม่ได้ช่วยให้ตรัสรู้อะไรแบบนี้?
เขาส่ายหน้าและคิดว่าจะจดอยู่กับการปั่นจักรยานเท่านั้น แต่สายตาก็เอาแต่เหลือบไปทางฝ่ายนั้นอยู่เรื่อย จางแจยองเล่นสเก็ตบอร์ดเก่งมาก และเขารู้วิธีดึงดูดสายตาของผู้คน ไม่ใช่แค่ซังอู แต่คนที่พบเห็นแจยองในซอยนั้นต่างมองมาด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นและชื่นชม แจยองดูเหมือนจะสนุกกับการได้รับความสนใจจึงโชว์เทคนิคกระโดดบนสเก็ตบอร์ดต่อหน้าคนมากมาย โปรยยิ้มให้คนพวกนั้นราวกับเป็นดาราและแปะมือกับเด็กๆ ขณะที่สเก็ตบอร์ดยังแล่นอยู่
อีกฝ่ายดูมีอิสระเหมือนตัวละครในวิดีโอเกม ณ ตอนนั้นแม้ซังอูจะรู้ดีอยู่แล้วว่าแจยองแตกต่างจากตน แต่เมื่อเห็นริมฝีปากที่ประดับด้วยรอยยิ้ม เส้นผมที่ปลิวไสว และการเล่นสเก็ตบอร์ด ซังอูก็รู้สึกว่าจางแจยองเป็นสิ่งมีชีวิตคนละเผ่าพันธุ์