ดกำลังเพื่อวิ่ง เขาวิ่งผ่านคณะวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ สโมสรนักศึกษา และร้านขายของชำที่กลายเป็นภาพเบลอ ผ่านนักศึกษามากมายที่เห็นหน้าไม่ชัด จนกระทั่งมาถึงประตูใหญ่โดยไม่รู้ตัว ซังอูหันไปมองด้านหลังด้วยคิดว่าน่าจะหนีพ้นแล้ว
“ทำไมวิ่งเร็วจังวะ”
จากนั้นเขาก็ต้องกรีดร้องอยู่ในใจ
“เฮ้ย พักหายใจก่อนเถอะ นี่กู… ต้องมาวิ่งตอนอายุปูนนี้เหรอวะ… รองเท้าวิ่งก็ไม่ได้ใส่ เหี้ยเอ๊ย…”
ซังอูนั่งยองๆ แม้อยากจะหนีไปจากแจยองที่กำลังหอบหายใจ แต่เพราะเขาวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดตลอดเส้นทางอันยาวไกล ตอนนี้จึงอยู่ในสภาพหายใจไม่ทัน ซังอูทิ้งระยะห่างจากแจยองประมาณหนึ่งและนั่งลงบนบล็อกปูพื้น หยิบขวดน้ำออกมาจากกระเป๋าแล้วยกดื่มให้ชุ่มคอ
“เป็นบ้าเรอะ วิ่งทำไมเนี่ย”
“จะวิ่งไม่วิ่งแล้วรุ่นพี่ไล่ตามมาทำไมล่ะครับ”
“ก็มันแปลกนี่หว่า เห็นวิ่งหนีก็เลยวิ่งตามมาโดยไม่ทันคิดน่ะสิ”
“แบบนั้นแปลกยิ่งกว่าอีกครับ”
พวกเขาหอบหายใจพลางแลกเปลี่ยนบทสนทนาที่แปลกประหลาด จากนั้นก็เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ
หลังจากนั่งพักมาพอสมควรแล้ว ซังอูก็ลุกขึ้นเดินต่อ เขาต้องไปเอาจักรยานที่จอดอยู่หน้าห้องสมุด แจยองลุกขึ้นด้วยสีหน้าหงุดหงิดแล้วเดินตามติดอยู่ข้าง