ๆ ถ้าเขาเร่งความเร็ว อีกฝ่ายก็เร่งตาม ถ้าเขาลดความเร็ว อีกฝ่ายก็ลดตาม ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปอาจกลายเป็นการวิ่งสุดฝีเท้าอีก ซังอูจึงเลิกสนใจฝ่ายนั้นและรักษาความเร็วปกติ
“แฟนสวยนะ”
“ผมไม่มีแฟนครับ”
“แล้วเพื่อนที่กินข้าวด้วยกันเมื่อกี้ชื่ออะไร”
“คิมจีฮเยครับ”
“เอกไหน”
“ปรัชญา…มั้ง?”
“นามสกุล รยู อยู่เอกฝรั่งเศสไม่ใช่เรอะ”
ซังอูกำลังจดจ่อกับการเดินจึงโต้ตอบราวกับหุ่นยนต์ แต่เมื่อได้ยินดังนั้นเขาก็ชะงักฝีเท้าและหันขวับไปมองแจยอง
“นี่รุ่นพี่สืบเรื่องของเธอด้วยเหรอครับ เธอเป็นเด็กดีที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผมเลยสักนิดเดียวครับ!”
ได้ยินดังนั้นแจยองก็ยิ้มเยาะ
“สืบอะไร พวกนายเคยพากันมาที่ร้านที่ฉันทำงานอยู่ไม่ใช่หรือไง ไอ้สมองเพี้ยน ตอนนั้นฉันได้ดูบัตรนักศึกษา จะจำชื่อได้ก็ไม่แปลกปะ”
ซังอูเมินคำพูดของอีกฝ่ายและเดินต่อ
“นายน่ะ รู้จักชื่อฉันหรือเปล่า”
“รู้แล้วได้อะไรครับ”
“ไหนว่าหัวดี ชื่อคนแค่สามพยางค์ก็จำไม่ได้เหรอวะ”
“สมองที่มีประสิทธิภาพจะลบข้อมูลที่ไร้ประโยชน์ออกครับ”
“ทำให้หงุดหงิดอีกละ”
แจยองคว้าไหล่ของซังอูให้หยุดเดิน ทันทีที่มือของอีกฝ่ายแตะตัว ซังอูก็นิ่วหน้าโดยอัตโนมัติ
“การบ้าน จงแต่งกล