อนสามบรรทัดด้วยชื่อของฉัน”
มิหนำซ้ำแจยองยังพูดอะไรแปลกๆ ซังอูเอามือของอีกฝ่ายออกจากไหล่
“รางวัลคือตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปจะไม่แกล้งแล้ว”
คำพูดนั้นยากจะเมินเฉย ซังอูคิดอย่างกลัดกลุ้มอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูด
“คำถาม แค่ผมทำ รุ่นพี่ก็จะให้ผ่านเหรอครับ ขอบเขตของการกลั่นแกล้งล่ะครับ?”
“คำตอบ อย่างน้อยก็ต้องฟังดูมีศิลปะฉันถึงจะยอมรับ ส่วนขอบเขตก็แล้วแต่นาย”
ซังอูลองคิดใคร่ครวญอย่างละเอียด คำว่ามีศิลปะฟังดูกำกวมเกินไป แต่เขาชอบเงื่อนไขที่ว่าเขาสามารถกำหนดขอบเขตของการกลั่นแกล้งเองได้ จึงตอบตกลง
“บอกคำมาเลยครับ”
“นายต้องเป็นคนพูดสิ ไอ้นี่นิ”
ซังอูเข้าใจว่าปกติแล้วผู้ฟังจะเป็นคนบอกคำเวลาเล่นแต่งกลอนสามบรรทัด แต่ดูจากปฏิกิริยาของแจยองแล้วดูเหมือนจะไม่ใช่อย่างนั้น เขาจึงอ้าปากพูด
“จอ...จู่ๆ ฝนก็เทลงมา”
ขณะที่เขาพูดไปตามที่คิด แจยองก็กอดอกพลางทำสีหน้าอวดดี พอเห็นใบหน้านั้นแล้ว เขาก็เรียบเรียงวรรคต่อไปได้โดยอัตโนมัติ
“จอ …เจอแบบนี้ซวยชะมัด”
เสื้อขนเป็ดสีแดงถูกแสงแดดส่องเป็นประกายมันวาว
“ยอ …อย่าโผล่หัวมาอีกเลยจะดีกว่า”[3]
แจยองทำสีหน้าอ่านยาก มุ่นหัวคิ้วเล็กน้อย ขณะเดียวกันริมฝีปากนั้นคล้ายจะคลี่ยิ้มเล