งนั้น ชายหนุ่มก็อ้าปากค้าง เขาทำสีหน้าเหลือเชื่ออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะเสียงเหี้ยม จากนั้นก็เขม้นมองซังอูพลางหยิบแว่นในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนออกมาใส่ เมื่อได้สบตาอีกฝ่ายผ่านแว่นตาอันใหญ่ ซังอูก็นึกออก
อันธพาลไร้ความน่าเชื่อถือที่เขาเจอที่ห้องประชุมของห้องสมุดก็สวมแว่นคล้ายๆ แบบนี้เหมือนกัน ดูเหมือนว่าจะเป็นคนตัวสูงด้วย การแต่งตัวต่างกันมาก ต่างหูก็ไม่ใส่ บรรยากาศรอบตัวต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่อย่างไรก็ดูเหมือนว่าทั้งสองจะเป็นคนคนเดียวกัน
“เอ่อ…คิมยองแจ”
แม้ซังอูจะเติมคำว่า ‘รุ่นพี่’ เข้าไปทีหลัง แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะหงุดหงิดเสียแล้ว เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูซังอู
“กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาให้เห็นหน้าอีก อยากตายเหรอ”
“ผมไม่ได้ตั้งใจมาครับ จริงๆ ครับ”
“ซังอูยา”
น้ำเสียงที่อ่อนโยนอย่างไม่จำเป็นชวนให้ขนลุก ซังอูตัวสั่นและเลื่อนเก้าอี้ถอยหลังเล็กน้อย จากนั้นดวงตาชั้นเดียวที่อยู่ตรงหน้าก็ขยับเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น
“ซังอูยา พี่เรียกเราอยู่นะ”
“ผมมีแค่พี่สาวครับ”
แม้จะเป็นคำตอบสั้นๆ แต่น้ำเสียงกลับแตกพร่า
“นายนี่ไม่ไหวเลยจริงๆ มีอะไรที่ไม่ชอบไหม”
“รุ่นพี่ครับ”
ซังอูตอบไปตามตรง ทว่าอีกฝ่ายไม่แม้แต่จะสะทกสะท้านส