จะสยบแทฮาจินลงให้ได้ตอนอยู่ในรถไฟใต้ดินนั่นเหมือนกัน
แม้จะเสียเปรียบแต่ยอนอีไม่ได้รู้สึกว่าตนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
เพราะเขาประชันพลังกับอีกฝ่ายโดยกดความสามารถของตัวเองไว้ครึ่งหนึ่ง
พอถูกดูดเข้าไปในภาชนะของแทฮาจินแล้วได้เผชิญกับสิ่งที่อยู่ภายในนั้น ความคิดมากมายก็ผุดขึ้นในหัว หมอนี่ต้องใช้ชีวิตมายังไง ภาชนะถึงมีสภาพเป็นแบบนั้น
ต้องมีอดีตแบบไหนถึงรังแกคนอื่นเขาเป็นงานอดิเรก
พอเห็นคนตรรกะเบี้ยวอย่างเขามาขอโทษด้วยท่าทางที่ไม่เหมือนการขอโทษเท่าไหร่ มันก็เลย…
น่าขำละมั้ง
เขาไม่เคยคาดหวังในตัวแทฮาจินมาตั้งแต่แรกเลยไม่ได้รู้สึกผิดหวังหรือเก็บไปผูกใจเจ็บอะไร นับตั้งแต่วันที่อีกฝ่ายบังคับให้ตัวเองอยู่ในสภาวะคลั่ง ไม่สิ ตั้งแต่วินาทีที่กลายเป็นไกด์ในสังกัดของเขา ยอนอีก็ตัดสินใจว่าจะไม่คาดหวังความเป็นมนุษย์จากแทฮาจินอีกแล้ว
ทว่าพออีกฝ่ายพยายามจะทำตัวให้ดูเป็นมนุษย์มนาขึ้นมา มันก็เลยตลกน่ะสิ
ถึงอย่างไรเราสองคนก็ต้องทำงานด้วยกันต่อ มัวทะเลาะกันแบบนี้ รังแต่จะทำให้งานพังเสียเปล่า ๆ
คุณเป็นคนประเภทที่ผมเกลียดที่สุด งั้นเหรอ จริงใจดีชะมัดเลย
“ที่บอกว่าผมโคตรจะหงุดหงิดนี่ ผมพูดจริงนะคุณอียอนอี”
อีกฝ่า