ข้างหนึ่งและยกมือขึ้นมาแตะหน้าผากของยอนอีเพื่อวัดไข้ แต่คนป่วยกลับตอบสนองด้วยการปัดมือหนาใหญ่นั่นออกจนเกิดเสียงดังเพียะ! ยิ่งเนื้อแนบเนื้อยิ่งรู้สึกแย่กว่าเดิมเสียอีก
“อย่า แตะต้อง ตัวผมครับ…”
ยอนอีพูดด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น ใบหน้าขาวนวลบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงจัด ฮาจินไม่ เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนตรงหน้ากันแน่จึงเอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ยาลดไข้ล่ะ”
“กิน แล้ว…แฮ่ก”
อาการของเขาดูไม่สู้ดีเท่าไหร่เลย
หรือว่าจะเป็นผลมาจากการหมดสติเพราะหักโหมใช้พลังมากเกินไปตอนที่พิงก์ดอร์ถูกเปิดออกกันนะ?
ฮาจินคิดหนักว่าควรจะทำอย่างไรกับสถานการณ์ตรงหน้าดี แต่ไม่นานเขาก็ตัดสินใจได้จึงตั้งท่าจะอุ้มยอนอีขึ้นไปบนเตียง
เมื่อเห็นเช่นนั้น ยอนอีจึงรวบรวมแรงที่เหลือพยายามส่ายหน้าและห้ามอีกคนไว้อย่างสุดแรงเกิด
“บ้าน แฮ่ก ผมต้องกลับบ้านครับ”
“สภาพอย่างนี้จะกลับไปไหนได้ครับ พักผ่อนก่อนค่อยกลับดีกว่า”
ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ควรปล่อยให้คนป่วยนอนอยู่บนพื้นเย็น ๆ แบบนั้น เอสเปอร์หนุ่มเดาะลิ้นครั้งหนึ่งขณะโน้มตัวลงไปอุ้มร่างสูงโปร่งขึ้นมานอนบนเตียงโดยไม่สนใจคำประท้วงและอาการดีดดิ้นไปมาของอีกฝ่าย ทันทีที่ร่างกายสัมผั