ุกไปหาเองน่ะ”
แทฮาจินฟังอีกฝ่ายพูดจนจบอย่างสงบนิ่ง ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ยินดีด้วย ท่านเพิ่งเสียเพื่อนสนิทที่คบกันมา 7 ปีไป”
– …ว่าไงนะ? ฮัลโหล? ฮาจิน?
ตู๊ด
แทฮาจินตัดสายแล้วโยนโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะข้างเตียงอย่างไม่สบอารมณ์ ถ้าองค์ชายรัชทายาทเรียกตัวดิออนมาก่อนหน้านี้ ความโกลาหลวุ่นวายก็คงถูกจัดการได้สบายขึ้น แล้วตัวเขาเองก็คงไม่จำเป็นต้องฝืนขนาดนั้น
เรื่องที่ถูกสันมือของอียอนอีฟาดจนสลบอย่างง่ายดายก็คงไม่เกิดขึ้น
และอียอนอีก็คงไม่ต้องมาสลบไสลนอนจับไข้อยู่แบบนี้ด้วยเช่นกัน
ริคาร์โดคงจะคิดอะไรตื้น ๆ ยืนชมภาพเหตุการณ์อย่างไม่ทุกข์ร้อน จนกระทั่งสถานการณ์เริ่มเข้าสู่สภาวะวิกฤต คนอื่นกำลังสู้กันเลือดตาแทบกระเด็นแท้ ๆ กล้าดียังไงถึงได้ดูเฉย ๆ แต่ไม่ทำอะไรสักอย่าง
“นายเองก็ออกไปได้แล้ว”
ดูเหมือนดิออนจะไม่ค่อยอยากออกไปเท่าไหร่นักจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอย่างอิดออด ชายหนุ่มอายุน้อยกว่ายืดแขนขึ้นด้านบนและบิดขี้เกียจ ก่อนจะเดินตรงไปหายอนอีเพื่ออุ้มเขาขึ้นมา เมื่อเห็นอย่างนั้น แทฮาจินจึงรีบกางแขนออกมาขวางไว้
“จะทำอะไร?”
“คุณหมอบอกให้พาไปตรวจดูอาการน่ะครับ เดี๋ยวผมพาไปเอง”
“ฉันจัดการเองได้”