ดเบอร์แมนยิ้มแย้มอย่างใจดี รอยยิ้มของเขาประดับอยู่บนใบหน้าตลอดเวลานับตั้งแต่วินาทีที่ยอนอีลืมตาขึ้นมาจนกระทั่งถึงตอนนี้ ดูแล้วเขาน่าจะไม่ได้โกหก อย่างไรก็ตาม ยอนอีรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่เลขาของแทฮาจินจะเป็นคนที่สุภาพขนาดนี้
‘ไม่อยากเชื่อว่าจะทนอยู่ข้างหมอนั่นได้’
แสดงว่าคนคนนี้คงมีดีอยู่พอตัว
“ถามอะไรก็ได้เหรอครับ?”
“ถ้าเป็นสิ่งที่ผมรู้ก็ถามได้หมดครับ”
จะว่าไปเลขาที่มีความสามารถคนนี้ก็พูดจาเกลี้ยกล่อมคนอื่นได้ไม่เลวเหมือนกัน ในตอนแรก ยอนอีไม่คิดจะสนทนากับเขาเลยสักนิด แต่เพราะคำพูดเชิงเย้าแหย่ของอีกฝ่ายจึงทำให้รู้สึกอยากตอบโต้ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ยอนอีเอ่ยถามคำถามแรกด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ ไร้อารมณ์
“อืม ผมถูกประกาศว่าเป็นไกด์ระดับ S แล้วใช่ไหมครับ?”
“ไม่ครับ คุณเอสเปอร์เขาห้ามไว้น่ะครับ”
หมอนั่นเนี่ยนะห้ามไว้?
ยอนอีหน้านิ่วคิ้วขมวด นั่นเป็นคำพูดที่ฟังดูไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิด ต่อให้บอกว่าโลกแตกตอนนี้เขาก็ไม่แปลกใจแล้ว
ถึงอย่างนั้นใบหน้าเปื้อนยิ้มของโดเบอร์แมนก็ยังยืนยันได้กลาย ๆ ว่าเขาพูดความจริง ยอนอีจึงเริ่มยิงคำถามถัดไปทันที
“เอสเปอร์แทฮาจินมีครอบครัวไหมครับ?”
คราวนี้อีกฝ่ายไม่ได้ตอบทันที