ยอนอีใช้ชีวิตมาแบบขาดมนุษยสัมพันธ์ เขาไม่มีแม้กระทั่งใจที่อยากจะผูกมิตรกับคนอื่น เพราะอย่างนั้นเขาจึงค่อนข้างอ่อนด้อยในเรื่องการคาดเดาจิตใจของคนอื่น ยอนอีเคยคิดว่าถ้าไม่ชอบ ก็ไม่ต้องเห็นหน้า ไม่ต้องสุงสิงกันก็จบแล้ว แต่นั่นดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เขาคิดไปเองคนเดียวล้วน ๆ
แทฮาจินเพิ่งจะบอกว่า เหตุผลที่ไม่ไล่เขาไปไกล ๆ เพราะเหม็นขี้หน้าเขาเนี่ยนะ
‘ปกติมันต้องกลับกันไม่ใช่เหรอ?’
สิ่งที่ได้ฟังช่างเป็นถ้อยคำขัดแย้งที่เขาไม่เข้าใจเลยแม้แต่นิดเดียว
ยอนอีส่ายหน้า
“เราพอแค่นี้เถอะครับ”
เสียงของเขาฟังดูราวกับคนที่ปลงตกในชีวิต กว่า 1 เดือนมาแล้วที่ยอนอีต้องก่อสงครามประสาทเงียบ ๆ กับหมอนี่ ก็พอเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็นพวกหัวรั้นกัดไม่ปล่อย แต่ดูท่าเขาคงมองอะไรง่ายดายเกินไป
ถ้าแทฮาจินไม่คิดจะหยุดจริง ๆ ต่อให้เขาตายไปก็คงไล่ตามมาจนสุดขอบนรกแน่นอน เพราะฉะนั้นยอนอีจึงตัดสินใจว่า จะยอมยกธงขาวตามที่หมอนี่ต้องการ
เพราะไม่ว่าอย่างไร สิ่งที่แทฮาจินต้องการคงจะเป็นการที่เขายอมศิโรราบให้
“ผมยอมแพ้แล้วครับ”
แชะ แชะ เสียงจุดไฟแช็กซิปโป้ดังขึ้น เดาว่าอีกฝ่ายคงกำลังสูบบุหรี่ต่ออีกมวน
“แฟนเหรอครับ?”
“…?”
“ไกด์คิมอึยบินน่